ทำไมต้องเลือกรองเท้าเซฟตี้ให้ตรงกับประเภทงาน
รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสมจะช่วย
- ลดอุบัติเหตุจากแรงกระแทก ของมีคม หรือการลื่นล้ม
- ลดอาการเมื่อยล้าเมื่อต้องยืนหรือเดินทั้งวัน
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของพนักงาน
Parade ออกแบบรองเท้าเซฟตี้ให้ครอบคลุมหลายมาตรฐาน จึงสามารถเลือกให้เหมาะกับแต่ละสายงานได้อย่างชัดเจน

1) งานโรงงานอุตสาหกรรม
ความเสี่ยงหลัก: ของตกใส่เท้า พื้นลื่น น้ำมัน เครื่องจักร
แนะนำให้เลือกรองเท้าเซฟตี้ Parade ที่มีคุณสมบัติ
- หัวรองเท้าเสริมป้องกันแรงกระแทก (Steel / Composite Toe)
- พื้นกันลื่นระดับอุตสาหกรรม (SRC)
- กันน้ำมันและสารเคมีบางชนิด
- มาตรฐาน EN ISO 20345 ระดับ S1 หรือ S2
จุดเด่น: ปลอดภัยสูง เหมาะกับการทำงานต่อเนื่องในไลน์ผลิต
2) งานคลังสินค้าและโลจิสติกส์
ความเสี่ยงหลัก: การเดิน-ยืนเป็นเวลานาน รถโฟล์คลิฟต์ พื้นเรียบแต่ลื่น
แนะนำให้เลือกรองเท้าเซฟตี้ Parade ที่มีคุณสมบัติ
- น้ำหนักเบา ลดอาการล้า
- พื้นรองเท้าซับแรงกระแทกดี
- กันลื่นและกันไฟฟ้าสถิต (ESD – ในบางพื้นที่)
- มาตรฐาน S1 หรือ S1P
จุดเด่น: ใส่สบาย เคลื่อนไหวคล่องตัว เหมาะกับงานที่ต้องเดินทั้งวัน
3) งานก่อสร้างและงานภาคสนาม
ความเสี่ยงหลัก: ของมีคม พื้นขรุขระ ตะปู เศษวัสดุ ฝุ่นและความชื้น
แนะนำให้เลือกรองเท้าเซฟตี้ Parade ที่มีคุณสมบัติ
- แผ่นกันทะลุ (Midsole Protection)
- พื้นรองเท้าแข็งแรง ทนการเสียดสี
- กันน้ำและฝุ่น
- มาตรฐาน S3 สำหรับงานหนัก
จุดเด่น: ป้องกันครบ ใช้งานหนักได้จริงในไซต์งาน
ตารางสรุปเลือกรองเท้าเซฟตี้ Parade ให้ตรงงาน
| ประเภทงาน | มาตรฐานแนะนำ | จุดเด่นที่ควรมี |
|---|---|---|
| โรงงาน | S1 / S2 | กันลื่น กันน้ำมัน หัวป้องกันแรงกระแทก |
| คลังสินค้า | S1 / S1P | น้ำหนักเบา ใส่สบาย กันลื่น |
| ก่อสร้าง | S3 | กันทะลุ กันน้ำ พื้นแข็งแรง |
สรุป: เลือกรองเท้าเซฟตี้ Parade อย่างไรให้คุ้มค่า
หากเลือกให้ ตรงกับประเภทงาน รองเท้าเซฟตี้ Parade จะช่วยทั้งด้าน
- ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
- ความสบายในการทำงานระยะยาว
- ความทนทาน ลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนรองเท้าบ่อย
เหมาะทั้งสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ฝ่ายจัดซื้อ และองค์กรที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยของพนักงาน
อ่านเพิ่มเติมที่ Parade



