มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ S1, S1P, S2 และ S3 เป็นรหัสที่ใช้บอกระดับการป้องกันของรองเท้านิรภัยตามมาตรฐาน EN ISO 20345 โดยรองเท้าเซฟตี้ทุกกลุ่มต้องมีหัวรองเท้านิรภัยสำหรับป้องกันแรงกระแทกที่ปลายเท้า แต่แต่ละรหัสจะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมต่างกัน
โดยทั่วไป S1 เหมาะกับงานแห้งในอาคาร มีหัวนิรภัย พื้นช่วยลดไฟฟ้าสถิต และส้นรองรับแรงกระแทก ส่วน S1P จะเพิ่มแผ่นกันทะลุ เหมาะกับพื้นที่มีเศษตะปู เศษโลหะ หรือของมีคมบนพื้น S2 จะคล้าย S1 แต่เพิ่มคุณสมบัติทนน้ำซึมบริเวณด้านบนของรองเท้า เหมาะกับพื้นที่ชื้นหรือมีน้ำกระเด็น ส่วน S3 เป็นกลุ่มที่ครบกว่า เพราะรวมคุณสมบัติของ S2 พร้อมแผ่นกันทะลุและพื้นดอกยาง เหมาะกับงานก่อสร้าง คลังสินค้า พื้นที่เปียกชื้น และงานที่มีความเสี่ยงจากของมีคมใต้ฝ่าเท้า
มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ S1, S1P, S2, S3 สำคัญยังไง?
เวลาเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ หลายคนมักดูแค่ราคา รูปทรง น้ำหนัก หรือดูว่ามีหัวเหล็กหรือไม่ แต่จริง ๆ แล้ว “รหัสมาตรฐาน” ที่ระบุบนรองเท้าสำคัญมาก เพราะเป็นตัวบอกว่ารองเท้าคู่นั้นป้องกันอันตรายประเภทไหนได้บ้าง
ตัวอย่างเช่น งานในคลังสินค้าแห้งอาจไม่จำเป็นต้องใช้รองเท้ากันน้ำสูงมาก แต่ถ้างานอยู่ในไซต์ก่อสร้าง มีเศษตะปู เศษเหล็ก หรือพื้นขรุขระ การเลือกรองเท้าแค่ S1 อาจไม่พอ เพราะยังขาดคุณสมบัติกันทะลุใต้ฝ่าเท้า
ดังนั้น การเข้าใจความหมายของ S1, S1P, S2 และ S3 จะช่วยให้เลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้ได้ตรงกับความเสี่ยงของงานมากขึ้น ไม่ซื้อเกินความจำเป็น และไม่เลือกต่ำกว่าระดับความปลอดภัยที่ควรมี

EN ISO 20345 คืออะไร?
EN ISO 20345 คือมาตรฐานสากลที่ใช้กำหนดคุณสมบัติของรองเท้าเซฟตี้หรือรองเท้านิรภัย โดยจุดสำคัญคือรองเท้าต้องมีหัวนิรภัยสำหรับป้องกันแรงกระแทกและแรงกดทับบริเวณปลายเท้า
บนรองเท้าเซฟตี้มักมีสัญลักษณ์หรือรหัส เช่น S1, S1P, S2, S3 รวมถึงรหัสเสริมอื่น ๆ เช่น SRC, SR, HRO, FO, ESD, WR, WPA, PL หรือ PS ขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่รองเท้ารุ่นนั้นใช้ และคุณสมบัติเฉพาะของสินค้า
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ไม่จำเป็นต้องจำทุกรหัส แต่ควรเข้าใจอย่างน้อยว่า S1, S1P, S2 และ S3 ต่างกันตรงไหน เพราะเป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยในรองเท้าเซฟตี้สำหรับโรงงาน คลังสินค้า งานช่าง และงานอุตสาหกรรม
ตารางเปรียบเทียบรองเท้าเซฟตี้ S1, S1P, S2, S3
| มาตรฐาน | คุณสมบัติหลัก | กันทะลุใต้ฝ่าเท้า | ทนน้ำซึมบริเวณด้านบน | เหมาะกับงานแบบไหน |
|---|---|---|---|---|
| S1 | หัวนิรภัย, ลดไฟฟ้าสถิต, ส้นดูดซับแรงกระแทก | ไม่เน้น | ไม่เน้น | งานแห้งในอาคาร โรงงานทั่วไป คลังสินค้า |
| S1P | คุณสมบัติแบบ S1 + แผ่นกันทะลุ | มี | ไม่เน้น | งานแห้งที่มีเศษตะปู เศษโลหะ เศษวัสดุบนพื้น |
| S2 | คุณสมบัติแบบ S1 + ทนน้ำซึมบริเวณด้านบน | ไม่เน้น | มี | งานพื้นที่ชื้น มีน้ำกระเด็น งานโรงงานบางประเภท |
| S3 | คุณสมบัติแบบ S2 + แผ่นกันทะลุ + พื้นดอกยาง | มี | มี | งานก่อสร้าง คลังสินค้า งานกลางแจ้ง พื้นเปียกหรือมีของมีคม |
รองเท้าเซฟตี้ S1 คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ S1 เป็นระดับที่เหมาะกับงานทั่วไปในพื้นที่แห้ง โดยมักมีคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น หัวนิรภัย ป้องกันไฟฟ้าสถิตในระดับที่กำหนด และส้นรองเท้าช่วยดูดซับแรงกระแทก
รองเท้ากลุ่ม S1 มักเหมาะกับงานที่ไม่ได้เจอพื้นเปียกมาก และไม่มีความเสี่ยงจากของมีคมใต้ฝ่าเท้าสูง เช่น งานคลังสินค้าแห้ง งานแพ็กสินค้า งานประกอบชิ้นส่วน งานไลน์ผลิตบางประเภท หรืองานซ่อมบำรุงเบา ๆ
S1 เหมาะกับใคร?
- พนักงานโรงงานในพื้นที่แห้ง
- พนักงานคลังสินค้า
- งานแพ็กสินค้า
- งานเดินในอาคาร
- งานที่ต้องการรองเท้าเซฟตี้น้ำหนักไม่หนักเกินไป
- งานที่มีความเสี่ยงจากของตกใส่เท้า แต่ไม่มีของแหลมบนพื้นมาก
ข้อควรระวังของ S1
S1 ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพื้นที่มีเศษตะปู เศษเหล็ก หรือพื้นเปียกชื้นเป็นประจำ เพราะโดยทั่วไปไม่ได้เน้นแผ่นกันทะลุใต้ฝ่าเท้า และไม่ได้เน้นการทนน้ำซึมด้านบนของรองเท้า
รองเท้าเซฟตี้ S1P คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ S1P คือรองเท้าที่มีคุณสมบัติแบบ S1 แต่เพิ่มคุณสมบัติ กันทะลุใต้ฝ่าเท้า เข้ามา เหมาะกับงานที่ต้องเดินบนพื้นซึ่งอาจมีเศษตะปู เศษโลหะ เศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคม
ตัวอักษร P มักสื่อถึงการป้องกันการทะลุจากใต้พื้นรองเท้า จึงเป็นจุดต่างสำคัญระหว่าง S1 กับ S1P
S1P เหมาะกับใคร?
- งานคลังสินค้าที่มีเศษพาเลท ตะปู หรือเศษไม้
- งานซ่อมบำรุง
- งานช่างในพื้นที่แห้ง
- งานโรงงานที่มีเศษโลหะหรือของมีคมบนพื้น
- งานกึ่งก่อสร้างที่ไม่เจอน้ำมาก
ข้อควรระวังของ S1P
S1P เหมาะกับพื้นที่แห้งมากกว่าพื้นที่เปียกชื้น ถ้างานมีทั้งเศษของมีคมและพื้นเปียกเป็นประจำ อาจต้องขยับไปดู S3 แทน เพราะ S3 จะครอบคลุมทั้งเรื่องทนน้ำซึมบริเวณด้านบนและกันทะลุใต้ฝ่าเท้า
รองเท้าเซฟตี้ S2 คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ S2 คือรองเท้าที่มีคุณสมบัติพื้นฐานคล้าย S1 แต่เพิ่มคุณสมบัติด้านการทนน้ำซึมหรือการดูดซึมน้ำบริเวณวัสดุด้านบนของรองเท้า เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้น มีน้ำกระเด็น หรือมีโอกาสเจอน้ำเป็นครั้งคราว
อย่างไรก็ตาม S2 ไม่ได้แปลว่า “กันน้ำทั้งคู่แบบ 100%” และไม่ได้หมายความว่าสามารถใส่ลุยน้ำลึกได้ตลอดเวลา หากต้องการรองเท้าที่กันน้ำทั้งคู่ ควรดูรหัสเสริมอย่าง WR หรือเลือกรุ่นที่ระบุคุณสมบัติกันน้ำชัดเจน
S2 เหมาะกับใคร?
- งานโรงงานอาหารบางประเภท
- งานในพื้นที่มีน้ำกระเด็น
- งานบริการหรือซัพพอร์ตในพื้นที่ชื้น
- งานทำความสะอาดบางลักษณะ
- งานที่ต้องการรองเท้าเซฟตี้ที่ทนความชื้นได้ดีกว่า S1
ข้อควรระวังของ S2
S2 โดยทั่วไปไม่ได้เน้นแผ่นกันทะลุใต้ฝ่าเท้า หากพื้นที่ทำงานมีเศษตะปู เศษโลหะ หรือของมีคมใต้เท้า ควรพิจารณา S3 มากกว่า S2
รองเท้าเซฟตี้ S3 คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ S3 เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อยมากในงานอุตสาหกรรมและงานก่อสร้าง เพราะมีคุณสมบัติครอบคลุมกว่า S1, S1P และ S2 โดยทั่วไปจะรวมคุณสมบัติด้านหัวนิรภัย ลดไฟฟ้าสถิต ส้นดูดซับแรงกระแทก ทนน้ำซึมบริเวณด้านบน แผ่นกันทะลุใต้ฝ่าเท้า และพื้นดอกยาง
พูดง่าย ๆ คือ S3 เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งของตกใส่เท้า พื้นเปียก เศษตะปู เศษโลหะ และพื้นที่ขรุขระ
S3 เหมาะกับใคร?
- งานก่อสร้าง
- งานคลังสินค้าแบบหนัก
- งานโลจิสติกส์
- งานช่างซ่อมบำรุง
- งานกลางแจ้ง
- งานโรงงานที่พื้นมีความชื้น
- งานที่มีเศษวัสดุแหลมคมใต้ฝ่าเท้า
ข้อควรรู้ของ S3
แม้ S3 จะครอบคลุมกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเหมาะกับทุกคนเสมอไป บางรุ่นอาจหนักกว่า ระบายอากาศน้อยกว่า หรือแข็งกว่ารองเท้า S1/S1P ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานจริง ไม่ใช่เลือกมาตรฐานสูงสุดอย่างเดียว
S1, S1P, S2, S3 ต่างกันแบบเข้าใจง่าย
ถ้าจำแบบสั้น ๆ ให้ดูแบบนี้
| ถามตัวเอง | มาตรฐานที่ควรมองหา |
| ทำงานในอาคาร พื้นแห้ง ไม่มีเศษของมีคมมาก | S1 |
| พื้นแห้ง แต่มีเศษตะปู เศษโลหะ หรือของแหลม | S1P |
| พื้นชื้น มีน้ำกระเด็น แต่ไม่มีของแหลมมาก | S2 |
| มีทั้งพื้นชื้น ของแหลม และงานหนัก | S3 |

เลือกมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ตามประเภทธุรกิจ
| ประเภทธุรกิจ/งาน | มาตรฐานที่แนะนำ | เหตุผล |
| คลังสินค้าแห้ง | S1 หรือ S1P | ถ้ามีเศษพาเลทหรือตะปู ควรเลือก S1P |
| โรงงานผลิตทั่วไป | S1 หรือ S1P | เลือกตามความเสี่ยงของพื้นและวัตถุแหลมคม |
| งานก่อสร้าง | S3 | มีความเสี่ยงจากพื้นขรุขระ เศษวัสดุ และความชื้น |
| งานโลจิสติกส์ | S1P หรือ S3 | เดินเยอะ เจอพาเลท เศษวัสดุ และพื้นหลายประเภท |
| งานพื้นที่เปียกชื้น | S2 หรือ S3 | ถ้ามีของแหลมด้วยควรเลือก S3 |
| งานช่างซ่อมบำรุง | S1P หรือ S3 | มักเจอเครื่องมือ เศษโลหะ และพื้นไม่เรียบ |
| งานสำนักงานในโรงงาน | S1 | หากไม่ได้เข้าไลน์ผลิตหรือพื้นที่เสี่ยงมาก |
S3 ดีกว่า S1P เสมอไหม?
ไม่เสมอไป เพราะคำว่า “ดีกว่า” ต้องดูจากลักษณะงานจริง
ถ้างานอยู่ในคลังสินค้าแห้ง แต่มีเศษตะปูหรือเศษไม้จากพาเลทบ้าง S1P อาจเพียงพอและใส่สบายกว่า แต่ถ้างานต้องเจอพื้นชื้น น้ำกระเด็น งานกลางแจ้ง หรือพื้นที่ขรุขระ S3 จะเหมาะกว่า เพราะมีคุณสมบัติครอบคลุมมากกว่า
การเลือกมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้จึงควรเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “พื้นที่ทำงานของเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง” ไม่ใช่เลือกจากตัวเลขสูงสุดเพียงอย่างเดียว
S2 กับ S3 ต่างกันยังไง?
S2 และ S3 มีจุดเหมือนกันคือเหมาะกับงานที่มีความชื้นมากกว่า S1 แต่ความต่างสำคัญคือ S3 เพิ่มแผ่นกันทะลุใต้ฝ่าเท้าและพื้นดอกยาง จึงเหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงจากของแหลมบนพื้นมากกว่า
ถ้าพื้นที่ทำงานมีแค่น้ำกระเด็นหรือความชื้น แต่ไม่มีเศษตะปู เศษเหล็ก หรือเศษแก้ว S2 อาจเพียงพอ แต่ถ้ามีของมีคมใต้เท้าด้วย S3 จะเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
S1 กับ S1P ต่างกันยังไง?
S1 และ S1P ต่างกันที่คุณสมบัติ “กันทะลุใต้ฝ่าเท้า” เป็นหลัก
S1 เหมาะกับพื้นที่แห้งทั่วไป ส่วน S1P เหมาะกับพื้นที่แห้งที่มีเศษวัสดุแหลมคม เช่น ตะปู เศษโลหะ เศษไม้ หรือเศษแก้ว ถ้างานของคุณต้องเดินในพื้นที่ที่ไม่แน่ใจว่ามีอะไรอยู่บนพื้นบ้าง S1P มักปลอดภัยกว่า S1
รหัสเสริมที่ควรรู้เมื่อซื้อรองเท้าเซฟตี้
นอกจาก S1, S1P, S2 และ S3 แล้ว บนรองเท้าเซฟตี้อาจมีรหัสเสริมอื่น ๆ ที่ช่วยบอกคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น
| รหัส | ความหมายโดยทั่วไป | เหมาะกับงาน |
| A | คุณสมบัติป้องกัน/ลดไฟฟ้าสถิต | งานโรงงานทั่วไป |
| E | ส้นรองเท้าดูดซับแรงกระแทก | งานยืนหรือเดินนาน |
| P | แผ่นกันทะลุใต้ฝ่าเท้า | งานมีเศษตะปูหรือของมีคม |
| PL / PS | รหัสกันทะลุตามมาตรฐานใหม่ แยกชนิดและระดับการทดสอบ | งานที่ต้องระบุความเสี่ยงชัดเจน |
| WPA | วัสดุด้านบนทนน้ำซึมและการดูดซึมน้ำ | งานพื้นที่ชื้น |
| WR | รองเท้ามีคุณสมบัติกันน้ำทั้งคู่ตามเงื่อนไขทดสอบ | งานเปียกหรืองานกลางแจ้ง |
| HRO | พื้นรองเท้าทนความร้อนสัมผัส | งานพื้นร้อน งานช่างบางประเภท |
| FO | พื้นรองเท้าทนน้ำมันหรือไฮโดรคาร์บอน | งานช่าง อู่ โรงงาน |
| ESD | ช่วยควบคุมไฟฟ้าสถิตในพื้นที่เฉพาะ | งานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องควบคุม |
หมายเหตุ: รหัสเสริมอาจแตกต่างกันตามมาตรฐานที่รองเท้ารุ่นนั้นใช้ ควรดูฉลากสินค้า เอกสารรับรอง หรือสอบถามผู้ขายก่อนซื้อ โดยเฉพาะงานที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยชัดเจน
วิธีอ่านฉลากรองเท้าเซฟตี้ก่อนซื้อ
ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้ ควรดูข้อมูลบนฉลากหรือเอกสารสินค้าอย่างน้อย 5 จุดนี้
- มาตรฐานหลัก เช่น EN ISO 20345
- รหัสระดับการป้องกัน เช่น S1, S1P, S2, S3
- รหัสเสริม เช่น HRO, FO, WR, ESD, SR
- ไซส์และรุ่นสินค้า
- ผู้ผลิตหรือแบรนด์ที่รับผิดชอบสินค้า
การดูฉลากช่วยลดความเสี่ยงซื้อรองเท้าผิดประเภท เพราะรองเท้าหน้าตาคล้ายกันอาจมีมาตรฐานต่างกันมาก เช่น บางคู่ดูแข็งแรงแต่ไม่มีแผ่นกันทะลุ หรือบางคู่เหมือนกันมากแต่รุ่นหนึ่งเป็น S1 อีกรุ่นเป็น S3
เลือก S1, S1P, S2, S3 อย่างไรให้เหมาะกับงานจริง?
1. ดูว่าพื้นที่ทำงานแห้งหรือเปียก
ถ้าพื้นที่แห้งเป็นหลัก S1 หรือ S1P อาจเพียงพอ แต่ถ้าพื้นที่มีความชื้น น้ำกระเด็น หรือทำงานกึ่งกลางแจ้ง ควรพิจารณา S2 หรือ S3
2. ดูว่ามีของมีคมบนพื้นหรือไม่
ถ้ามีโอกาสเหยียบตะปู เศษเหล็ก เศษไม้ หรือเศษแก้ว ควรเลือก S1P หรือ S3 เพราะมีคุณสมบัติกันทะลุใต้ฝ่าเท้า
3. ดูว่างานต้องเดินเยอะไหม
ถ้าต้องเดินทั้งวัน ควรดูน้ำหนักรองเท้า ความยืดหยุ่น แผ่นรองด้านใน และการระบายอากาศควบคู่กับมาตรฐาน เพราะมาตรฐานสูงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าใส่สบายเสมอไป
4. ดูข้อกำหนดขององค์กร
บางโรงงานอาจกำหนดชัดเจนว่าต้องใช้รองเท้า S1P หรือ S3 เท่านั้น เพื่อให้เหมาะกับความเสี่ยงในพื้นที่นั้น หากเป็นงานองค์กรควรตรวจสอบข้อกำหนด PPE ภายในก่อนสั่งซื้อ
ตัวอย่างการเลือกแบบใช้งานจริง
กรณีที่ 1: พนักงานคลังสินค้าในอาคาร
ถ้าพื้นแห้ง ไม่มีน้ำขัง แต่มีพาเลทไม้และเศษตะปูบ้าง ควรเริ่มดู S1P เพราะช่วยเพิ่มการป้องกันใต้ฝ่าเท้ามากกว่า S1
กรณีที่ 2: พนักงานไลน์ผลิตทั่วไป
ถ้าพื้นแห้ง สะอาด และไม่มีของมีคมบนพื้นมาก S1 อาจเพียงพอ แต่ถ้ามีเศษวัสดุหรือเดินในพื้นที่ซ่อมบำรุงบ่อย อาจเลือก S1P เพื่อความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
กรณีที่ 3: งานก่อสร้าง
งานก่อสร้างมักมีทั้งเศษวัสดุ พื้นขรุขระ ความชื้น และของมีคมใต้เท้า S3 จึงเหมาะกว่า S1 หรือ S2
กรณีที่ 4: งานในพื้นที่ชื้น
ถ้าเจอน้ำกระเด็นหรือความชื้น แต่ไม่มีเศษของมีคมมาก S2 อาจตอบโจทย์ แต่ถ้ามีทั้งความชื้นและความเสี่ยงจากของแหลม ควรเลือก S3
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเวลาเลือกมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้
1. คิดว่ามีหัวเหล็กก็พอ
หัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตช่วยป้องกันปลายเท้า แต่ไม่ได้แปลว่ารองเท้าจะกันลื่น กันทะลุ หรือทนน้ำได้ครบ ต้องดูมาตรฐานและรหัสเสริมประกอบเสมอ
2. เลือก S1 ทั้งที่พื้นที่มีตะปูหรือเศษเหล็ก
ถ้าพื้นที่มีของมีคมใต้เท้า ควรเลือก S1P หรือ S3 ไม่ควรเลือก S1 เพียงเพราะราคาถูกกว่า
3. คิดว่า S2 กันน้ำได้เหมือนรองเท้าบูท
S2 ช่วยเรื่องน้ำซึมบริเวณด้านบนของรองเท้าในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่รองเท้ากันน้ำทั้งคู่แบบใส่ลุยน้ำตลอดเวลา หากต้องการกันน้ำจริงควรดูรหัส WR หรือรองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับงานเปียกโดยเฉพาะ
4. เลือก S3 ทุกงานโดยไม่ดูความสบาย
S3 ป้องกันได้ครอบคลุมกว่า แต่บางรุ่นอาจหนักหรือระบายอากาศน้อยกว่า หากงานอยู่ในพื้นที่แห้งและไม่ได้มีความเสี่ยงสูง อาจเลือก S1P หรือ S1 ที่เหมาะสมกว่าและใส่สบายกว่า
คำตอบสั้น: ควรเลือก S1, S1P, S2 หรือ S3?
ถ้าทำงานในพื้นที่แห้งและความเสี่ยงไม่สูงมาก เลือก S1 ได้ แต่ถ้าพื้นมีเศษตะปู เศษโลหะ หรือของแหลม ควรเลือก S1P ถ้างานมีความชื้นหรือน้ำกระเด็นแต่ไม่มีของมีคมมาก เลือก S2 และถ้างานมีทั้งพื้นชื้น ของมีคม พื้นขรุขระ หรืองานก่อสร้าง ควรเลือก S3
สรุป
มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ S1, S1P, S2 และ S3 เป็นตัวช่วยสำคัญในการเลือกรองเท้านิรภัยให้เหมาะกับงานจริง โดยไม่ต้องเดาจากหน้าตารองเท้าหรือราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว
จำง่าย ๆ คือ
S1 = งานแห้งทั่วไป
S1P = งานแห้ง + กันทะลุใต้ฝ่าเท้า
S2 = งานชื้น + ทนน้ำซึมบริเวณด้านบน
S3 = งานชื้น + กันทะลุ + พื้นดอกยาง เหมาะกับงานหนัก
ก่อนซื้อควรดูทั้งมาตรฐาน พื้นที่ใช้งาน ความเสี่ยงบนพื้น ความสบาย น้ำหนักรองเท้า และข้อกำหนดขององค์กร เพื่อให้ได้รองเท้าเซฟตี้ที่ปลอดภัย ใส่สบาย และคุ้มค่ากับการใช้งานจริง
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ S1, S1P, S2, S3
1. รองเท้าเซฟตี้ S1 คืออะไร?
รองเท้าเซฟตี้ S1 คือรองเท้านิรภัยที่เหมาะกับงานแห้งในอาคาร มีหัวนิรภัย ลดไฟฟ้าสถิต และส้นรองรับแรงกระแทก เหมาะกับงานโรงงานทั่วไป คลังสินค้า และงานที่ไม่มีของมีคมบนพื้นมาก
2. S1P ต่างจาก S1 ยังไง?
S1P มีคุณสมบัติเหมือน S1 แต่เพิ่มแผ่นกันทะลุใต้ฝ่าเท้า จึงเหมาะกับพื้นที่ที่อาจมีตะปู เศษโลหะ เศษไม้ หรือของมีคมบนพื้น
3. รองเท้าเซฟตี้ S2 เหมาะกับงานแบบไหน?
S2 เหมาะกับงานที่มีความชื้นหรือน้ำกระเด็น เช่น พื้นที่โรงงานบางประเภท งานบริการ หรืองานที่ต้องการรองเท้าที่ทนน้ำซึมบริเวณด้านบนมากกว่า S1
4. รองเท้าเซฟตี้ S3 เหมาะกับใคร?
S3 เหมาะกับงานที่มีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น งานก่อสร้าง งานคลังสินค้า งานกลางแจ้ง งานพื้นเปียกชื้น และงานที่มีเศษตะปูหรือเศษโลหะใต้ฝ่าเท้า
5. S3 ดีกว่า S1P ไหม?
S3 ครอบคลุมคุณสมบัติมากกว่า S1P โดยเฉพาะเรื่องความชื้นและพื้นดอกยาง แต่ไม่ได้แปลว่าจำเป็นสำหรับทุกงาน หากทำงานในพื้นที่แห้ง S1P อาจเพียงพอและใส่สบายกว่า
6. S2 กันน้ำได้ไหม?
S2 มีคุณสมบัติทนน้ำซึมบริเวณวัสดุด้านบนของรองเท้าในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่รองเท้ากันน้ำทั้งคู่แบบลุยน้ำได้ตลอดเวลา หากต้องการรองเท้ากันน้ำจริงควรดูรหัส WR หรือรุ่นที่ระบุว่ากันน้ำชัดเจน
7. ซื้อรองเท้าเซฟตี้ควรดูแค่มาตรฐานพอไหม?
ไม่พอ ควรดูไซส์ ความสบาย น้ำหนักรองเท้า พื้นกันลื่น วัสดุ หัวรองเท้า แผ่นรองด้านใน และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมด้วย
👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที