รองเท้า ESD

รองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้าสถิต ESD ออกแบบมาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าสถิตที่อาจกระทบต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และการทำงานในพื้นที่เฉพาะทาง เหมาะสำหรับโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้องประกอบชิ้นงาน และงานที่ต้องการทั้งความปลอดภัยและความคล่องตัวในการสวมใส่

ตัวกรองสินค้า

ราคา
0 5000
Price: 0 - 5000
ป้ายกำกับสินค้า
กำลังโหลดตัวกรองสินค้า...

รองเท้าเซฟตี้ ABORA

Original price was: ฿1,499.00.Current price is: ฿899.00.

S1P

รองเท้าเซฟตี้ Netrol

Pre Order

S3S

รองเท้าเซฟตี้ Raking

Original price was: ฿2,299.00.Current price is: ฿1,379.00.

S3

รองเท้าเซฟตี้ Rangor

Original price was: ฿1,499.00.Current price is: ฿899.00.

S1P

รองเท้าเซฟตี้ Rodger

Original price was: ฿2,399.00.Current price is: ฿1,439.00.

S3S

รองเท้าเซฟตี้ Roover

Original price was: ฿2,399.00.Current price is: ฿1,439.00.

S3S

รองเท้าเซฟตี้ Rowing

Original price was: ฿2,399.00.Current price is: ฿1,439.00.

S3

รองเท้าเซฟตี้ Runnor

฿1,099.00

S1P

OTHER COLLECTIONS

หมวดรองเท้าเซฟตี้อื่น ๆ

รองเท้า ESD ใช้ในอุตสาหกรรมอะไรบ้าง?

การเลือกซื้อรองเท้า ESD ควรพิจารณาจากประเภทงานและสภาพแวดล้อม เช่น โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ห้อง Cleanroom หรือคลังสินค้า ควรเลือกวัสดุที่ระบายอากาศดี น้ำหนักเบา และมีมาตรฐานรองรับ เช่น IEC 61340 เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและสวมใส่สบายตลอดวัน นอกจากนี้ควรเลือกพื้นรองเท้าที่กันลื่นและทนต่อการใช้งานหนัก

การเลือกซื้อรองเท้า ESD ควรเลือกให้เหมาะกับประเภทงาน เช่น โรงงานอิเล็กทรอนิกส์หรือห้อง Cleanroom โดยควรมีคุณสมบัติระบายอากาศดี น้ำหนักเบา กันลื่น และได้มาตรฐาน

รองเท้า ESD เหมาะกับอุตสาหกรรมอะไรบ้าง?

รองเท้า ESD นิยมใช้ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรม Semiconductor และห้องคลีนรูม เพราะช่วยลดการสะสมของไฟฟ้าสถิตที่อาจทำให้ชิ้นงานเสียหายได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน และลดโอกาสเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูง

นิยมใช้ในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ Semiconductor และห้องคลีนรูม เพื่อช่วยลดไฟฟ้าสถิตที่อาจทำให้ชิ้นงานหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหาย พร้อมเพิ่มความปลอดภัยในสายการผลิต

CUSTOMER REVIEW

รีวิวจากลูกค้า

CONTACT US

ติดต่อเรา

ยังไม่ได้ยืนยัน

FAQS

คำถามที่พบบ่อย

รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต ESD คือรองเท้านิรภัยที่ออกแบบมาเพื่อช่วยควบคุมและระบายประจุไฟฟ้าสถิตจากร่างกายลงสู่พื้นอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงที่ไฟฟ้าสถิตจะไปรบกวนหรือสร้างความเสียหายต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไวต่อไฟฟ้า หรือกระบวนการผลิตที่ต้องควบคุมประจุไฟฟ้า

รองเท้าเซฟตี้ทั่วไปเน้นปกป้องเท้าจากแรงกระแทก การกดทับ หรือการลื่น ส่วนรองเท้า ESD จะมีคุณสมบัติเพิ่มเติมในการควบคุมไฟฟ้าสถิต เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องป้องกันความเสียหายจากประจุไฟฟ้า เช่น โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ห้องคลีนรูม หรือไลน์ผลิตชิ้นส่วนที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต

รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต ESD เหมาะกับงานอิเล็กทรอนิกส์ งานประกอบแผงวงจร งานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ งานเซมิคอนดักเตอร์ ห้องคลีนรูม ห้องแล็บ งานควบคุมคุณภาพ และพื้นที่ที่ต้องลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าสถิตในกระบวนการทำงาน

รองเท้า ESD ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อป้องกันไฟดูดโดยตรง แต่มีหน้าที่ช่วยควบคุมและระบายไฟฟ้าสถิต หากทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าแรงดันสูงหรือมีความเสี่ยงไฟดูด ควรเลือกรองเท้านิรภัยที่มีคุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าโดยเฉพาะตามมาตรฐานของงานนั้น

รองเท้า ESD ควรใช้งานร่วมกับพื้นที่รองรับระบบ ESD เช่น พื้น ESD พื้นนำไฟฟ้าสถิต หรือพื้นที่ที่มีการควบคุมค่าความต้านทานไฟฟ้า เพราะหากใช้กับพื้นทั่วไปที่ไม่รองรับ คุณสมบัติในการระบายไฟฟ้าสถิตอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ควรเลือกรองเท้า ESD ที่พอดีกับรูปเท้า ไม่บีบหน้าเท้า และไม่หลวมจนส้นหลุด เพราะรองเท้าที่พอดีจะช่วยให้เดินหรือยืนทำงานได้นานขึ้น แนะนำให้ลองพร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง และเลือกทรงที่เหมาะกับลักษณะการเคลื่อนไหวในหน้างาน

รองเท้า ESD สามารถใส่ทำงานทั้งวันได้ หากเลือกรุ่นที่มีน้ำหนักเหมาะสม พื้นรองรับแรงกระแทกดี ระบายอากาศได้ และทรงรองเท้าไม่บีบเท้า เหมาะกับงานที่ต้องยืน เดิน หรือทำงานในพื้นที่ควบคุมไฟฟ้าสถิตเป็นเวลานาน

รองเท้า ESD ควรมีคุณสมบัติช่วยระบายไฟฟ้าสถิต พื้นกันลื่น วัสดุทนทาน ใส่สบาย และเหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงาน หากเป็นพื้นที่เสี่ยง ควรเลือกรุ่นที่มีหัวนิรภัย แผ่นกันทะลุ หรือคุณสมบัติเพิ่มเติมตามมาตรฐานความปลอดภัยของหน้างาน

รองเท้า ESD สามารถใช้แทนรองเท้าเซฟตี้ทั่วไปได้ในบางงาน หากรุ่นนั้นมีคุณสมบัติความปลอดภัยครบ เช่น หัวนิรภัย พื้นกันลื่น หรือแผ่นกันทะลุ แต่ถ้าหน้างานมีความเสี่ยงเฉพาะ เช่น ความร้อน สารเคมี หรือไฟฟ้าแรงดันสูง ควรเลือกรองเท้าที่ออกแบบมาสำหรับงานนั้นโดยตรง

ควรเปลี่ยนรองเท้า ESD เมื่อพื้นสึก วัสดุฉีกขาด พื้นแยก ใส่แล้วไม่มั่นคง หรือค่าการระบายไฟฟ้าสถิตไม่อยู่ในเกณฑ์ที่หน้างานกำหนด เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพในการควบคุมไฟฟ้าสถิตลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อชิ้นงานหรืออุปกรณ์ที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต

INTERESTING FACTS

สาระน่ารู้

รองเท้าหัวเหล็กผู้หญิง เลือกยังไงให้เบาและไม่บีบเท้า

รองเท้าหัวเหล็กมีกลิ่นอับ แก้ยังไงดี? วิธีลดกลิ่นและดูแลรองเท้าให้ใส่สบายขึ้น

ถ้ารองเท้าหัวเหล็กมีกลิ่นอับ ควรเริ่มจากนำรองเท้าไปผึ่งให้แห้งหลังใช้งาน ถอดแผ่นรองรองเท้าออกมาทำความสะอาดหรือผึ่งแยก เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่ด้านในยังชื้นอยู่

รองเท้าเซฟตี้สำหรับช่างไฟ

รองเท้าเซฟตี้น้ำหนักเบา ดีไหม? เหมาะกับใคร

รองเท้าเซฟตี้น้ำหนักเบาเหมาะกับผู้ที่ต้องเดิน ยืน หรือเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เพราะช่วยลดความล้าของเท้าได้เมื่อเทียบกับรองเท้าที่มีน้ำหนักมากกว่า อย่างไรก็ตาม

รีวิวรองเท้าเซฟตี้ Parade

รองเท้าเซฟตี้ใส่เดินทั้งวัน เลือกแบบไหนไม่ปวดเท้า? 7 จุดที่ควรเช็กก่อนซื้อ

หากต้องใส่ รองเท้าเซฟตี้หรือรองเท้านิรภัยเดินและยืนวันละหลายชั่วโมง ควรเลือกจากมากกว่าความแข็งแรงของหัวรองเท้า โดยดูทั้งน้ำหนักรองเท้า ความกว้างบริเวณหน้าเท้า

รองเท้า EH กับ ESD ต่างกันยังไง

รองเท้า EH เสื่อมได้ไหม? ใช้นานแค่ไหนควรเปลี่ยน

รองเท้า EH หรือรองเท้าป้องกันไฟฟ้าสามารถเสื่อมสภาพได้ และคุณสมบัติในการช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าไม่ได้คงอยู่ตลอดอายุของรองเท้า โดยเฉพาะเมื่อพื้นรองเท้าสึกจนบาง