เห็นคำว่า “ผ่านมาตรฐานยุโรป” หรือ “รองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน EN ISO” บนหน้าสินค้า หลายคนอาจคิดว่าเลือกซื้อได้ทันที แต่รองเท้าที่ผ่านมาตรฐานเหมือนกันไม่ได้มีคุณสมบัติเท่ากันทุกคู่ บางรุ่นเน้นป้องกันนิ้วเท้า บางรุ่นเพิ่มแผ่นต้านการเจาะทะลุ และบางรุ่นผ่านการทดสอบการต้านน้ำของรองเท้าทั้งคู่
สิ่งที่ต้องดูจึงไม่ใช่แค่คำว่า EN ISO แต่ต้องอ่านให้ครบว่า มาตรฐานเลขอะไร ฉบับปีไหน รหัสการป้องกันอะไร และเอกสารตรงกับรองเท้ารุ่นที่กำลังซื้อหรือไม่
วิธีดูรองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน EN ISO
การเลือกรองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน EN ISO ให้ถูกต้อง ควรตรวจเลข EN ISO 20345 พร้อมปีมาตรฐาน อ่านรหัสกลุ่มการป้องกัน เช่น S1, S3 หรือ S3S และรหัสเสริม เช่น SR, WR หรือ FO จากนั้นตรวจเอกสารของรุ่นสินค้าและเลือกให้ตรงกับความเสี่ยงหน้างาน อย่าสรุปว่ารองเท้าทุกรุ่นกันน้ำ กันทะลุ หรือป้องกันไฟฟ้าดูดได้เพียงเพราะมีคำว่า “เซฟตี้”
1. ดูเลขมาตรฐานให้ครบ: EN ISO 20345 คืออะไร?
EN ISO 20345 เป็นมาตรฐานรองเท้านิรภัยที่กำหนดคุณสมบัติพื้นฐานและคุณสมบัติเพิ่มเติม โดยหัวป้องกันนิ้วเท้าต้องผ่านการทดสอบแรงกระแทก 200 จูล และแรงบีบอัด 15 กิโลนิวตัน ตามเงื่อนไขการทดสอบ
ส่วน EN ISO 20347 เป็นมาตรฐานรองเท้าสำหรับการทำงานที่ไม่ได้กำหนดให้มีหัวป้องกันนิ้วเท้าระดับเดียวกับ EN ISO 20345 จึงไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่ตรวจความเสี่ยงของงาน uvex safety
อีกจุดที่ต้องแยกให้ออกคือ ใบรับรองระบบบริหารของโรงงาน เช่น ISO 9001 ไม่ใช่หลักฐานว่ารองเท้าแต่ละรุ่นผ่าน EN ISO 20345 ผู้ซื้อควรขอหลักฐานที่ระบุถึงตัวผลิตภัณฑ์ด้วย
2. อ่านปีมาตรฐานก่อนแปลความหมายของรหัส
บนฉลากหรือเอกสารสินค้าอาจพบ EN ISO 20345:2011, EN ISO 20345:2022 หรือฉบับที่ระบุส่วนแก้ไขเพิ่มเติม EN ISO 20345:2022+A1:2024 การดูปีช่วยให้ตีความรหัสได้ตรงกับฉบับที่รองเท้าได้รับการประเมิน inform now
ตัวอย่างความต่างที่ผู้ซื้อควรรู้ ได้แก่
| ประเด็น | ฉบับ 2011 | ฉบับ 2022 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม |
|---|---|---|
| รหัสต้านการเจาะทะลุ | ใช้ P โดยไม่แยกชนิดวัสดุผ่านรหัสนี้ | แยก P, PL และ PS |
| รหัสการกันลื่น | พบ SRA, SRB และ SRC | ใช้การทดสอบพื้นฐานและรหัสเสริม SR |
| การต้านน้ำของวัสดุส่วนบน | ใช้ WRU | ใช้ WPA |
| กลุ่มต้านน้ำทั้งรองเท้า | ตรวจคุณสมบัติ WR เพิ่มเติม | มีกลุ่ม S6 และ S7 รวมถึงรุ่นย่อย |
อย่าเทียบ SRC กับ SR ว่าเป็นรหัสเดียวกันที่เปลี่ยนชื่อเท่านั้น เพราะเงื่อนไขการทดสอบมีการเปลี่ยนแปลง และอย่าตัดสินว่าฉลากปีเก่าเป็นของปลอมจากปีเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจเอกสารและสถานะการรับรองของรุ่นนั้นร่วมด้วย

3. อ่านรหัส S ให้ตรงกับคุณสมบัติที่ต้องใช้
รหัส S เป็นกลุ่มคุณสมบัติ ไม่ใช่คะแนนที่ตัวเลขสูงกว่าจะเหมาะกับทุกงานเสมอไป ตารางนี้สรุปกลุ่มที่พบได้บ่อยตามแนวทางฉบับ 2022
| รหัส | คุณสมบัติสำคัญโดยสรุป |
|---|---|
| SB | ผ่านข้อกำหนดพื้นฐานของรองเท้านิรภัย รวมการป้องกันนิ้วเท้า |
| S1 | เพิ่มส่วนส้นปิด คุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต และการดูดซับพลังงานบริเวณส้น |
| S1P / S1PL / S1PS | S1 พร้อมการต้านการเจาะทะลุตามชนิด P, PL หรือ PS |
| S2 | S1 พร้อมการต้านการซึมผ่านและการดูดซึมน้ำของวัสดุส่วนบน |
| S3 / S3L / S3S | S2 พร้อมพื้นมีดอกและการต้านการเจาะทะลุตามชนิด P, PL หรือ PS |
| S6 | S2 พร้อมคุณสมบัติ WR ของรองเท้าทั้งคู่ |
| S7 / S7L / S7S | กลุ่ม S3 / S3L / S3S พร้อมคุณสมบัติ WR |
ตารางนี้ไม่ได้แสดงทุกกลุ่ม และควรใช้คู่กับคู่มือของรุ่นสินค้าที่เลือก Requirements and Test Methods
S3, S3L และ S3S ต่างกันตรงไหน?
จุดต่างสำคัญอยู่ที่การต้านการเจาะทะลุใต้เท้า
- P: ใช้วัสดุโลหะ ทดสอบด้วยตะปูมาตรฐานขนาด 4.5 มม.
- PL: ใช้วัสดุที่ไม่ใช่โลหะ ทดสอบด้วยตะปูมาตรฐานขนาด 4.5 มม.
- PS: ใช้วัสดุที่ไม่ใช่โลหะ ทดสอบด้วยตะปูมาตรฐานขนาด 3.0 มม.
อย่างไรก็ตาม การผ่านการทดสอบไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันของแหลมทุกชนิดได้ทั้งหมด รูปร่าง ความแหลม และแรงที่กระทำจริงยังมีผลต่อการเจาะทะลุ uvex safety
4. แยกคำว่า “ต้านน้ำ” “กันลื่น” และ “ทนน้ำมัน” ให้ชัด
คำโฆษณาสั้น ๆ อาจทำให้เข้าใจว่าคุณสมบัติหลายอย่างเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ต้องตรวจคนละรหัส
| รหัส | บอกอะไร | ไม่ควรตีความว่า |
|---|---|---|
| WPA | การต้านการซึมผ่านและการดูดซึมน้ำของวัสดุส่วนบน | รองเท้าทั้งคู่กันน้ำได้ทุกสภาพ |
| WR | การต้านน้ำของรองเท้าทั้งคู่ตามการทดสอบ | น้ำจะเข้าจากปากรองเท้าไม่ได้ |
| SR | ผ่านการทดสอบกันลื่นเพิ่มเติมบนกระเบื้องเซรามิกร่วมกับกลีเซอรอล | ไม่ลื่นบนทุกพื้นและทุกสารปนเปื้อน |
| FO | พื้นรองเท้าต้านทานน้ำมันเชื้อเพลิงตามการทดสอบ | กันลื่นบนคราบน้ำมัน หรือทนสารเคมีทุกชนิด |
รหัสเหล่านี้ระบุคุณสมบัติคนละด้าน จึงควรอ่านแยกกันก่อนซื้อ Requirements and Test Methods
ตัวอย่างเช่น หากทำงานกลางแจ้งที่รองเท้าเปียกบ่อย การเห็นเพียง S3 ยังไม่พอให้สรุปว่ารองเท้าทั้งคู่ผ่าน WR ควรตรวจรหัสและคำแนะนำการใช้งานเพิ่มเติม
5. อย่าสับสนระหว่างป้องกันไฟฟ้าสถิตกับป้องกันไฟฟ้าดูด
รหัส A หรือข้อความ ESD ไม่ใช่หลักฐานว่ารองเท้าเป็นฉนวนสำหรับทำงานกับไฟฟ้าที่มีแรงดัน
การควบคุมไฟฟ้าสถิตกับการป้องกันผู้สวมจากไฟฟ้าดูดเป็นคนละหน้าที่ หากต้องทำงานที่มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้า ต้องตรวจมาตรฐานเฉพาะและขอบเขตการใช้งานของรองเท้ารุ่นนั้น โดย EN ISO 20345 เพียงอย่างเดียวไม่ได้ครอบคลุมงานฉนวนไฟฟ้าทุกประเภท Safety footwear
เช่นเดียวกัน หัวคอมโพสิตหรือคำว่า “ไม่มีโลหะ” ไม่ได้ยืนยันคุณสมบัติฉนวนไฟฟ้าของรองเท้าทั้งคู่
6. ตรวจเอกสารให้ตรงรุ่น ไม่ดูแค่โลโก้บนกล่อง
ฉลากเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ แต่ควรมีเอกสารประกอบที่ระบุรุ่นสินค้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการจัดซื้อให้พนักงานจำนวนมาก
| สิ่งที่ควรขอจากผู้ขาย | จุดที่ควรตรวจ |
|---|---|
| ภาพฉลากบนรองเท้าจริง | ชื่อผู้ผลิต รหัสรุ่น ขนาด มาตรฐาน และรหัสการป้องกัน |
| Datasheet ของรุ่น | คุณสมบัติตรงกับฉลากและสินค้าที่เสนอขาย |
| คู่มือการใช้งาน | ข้อจำกัด วิธีดูแล และเงื่อนไขการเปลี่ยนรองเท้า |
| EU Declaration of Conformity เมื่ออ้างการรับรอง CE | ผู้ผลิตและรุ่นตรงกับสินค้า พร้อมข้อมูลการประเมินความสอดคล้อง |
| เอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง | ผู้ออกเอกสาร เลขอ้างอิง รุ่นสินค้า และขอบเขตที่รับรอง |
ในระบบ CE ผู้ผลิตมีหน้าที่ประเมินความสอดคล้อง จัดทำเอกสารทางเทคนิค และออกคำประกาศความสอดคล้อง การมีโลโก้ CE เพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่การตรวจสอบเอกสารครบกระบวนการ single-market-economy.ec.europa.eu
หากเอกสารเป็นของอีกรุ่น ชื่อผู้ผลิตไม่ตรง หรือไม่มีทางตรวจสอบที่มา ควรให้ผู้ขายชี้แจงก่อนสั่งซื้อ หากยังไม่ชัดเจน สามารถติดต่อผู้ผลิตหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสารผ่านช่องทางทางการได้
ตัวอย่างการอ่านฉลากรองเท้าเซฟตี้
สมมติฉลากระบุว่า
EN ISO 20345:2022 — S3S SR FO
อ่านได้ว่าเป็นรองเท้านิรภัยอ้างอิงฉบับ 2022 อยู่ในกลุ่ม S3S มีคุณสมบัติกันลื่นเพิ่มเติม SR และพื้นต้านทานน้ำมันเชื้อเพลิง FO
แต่ข้อความนี้ ยังไม่ยืนยันคุณสมบัติ WR หรือการเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าดูด หากงานต้องการคุณสมบัติเหล่านี้ ต้องตรวจเอกสารเพิ่มเติม
HowTo: วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้มาตรฐาน EN ISO ใน 6 ขั้นตอน
1. ระบุความเสี่ยงของงาน
ตรวจว่ามีของตกใส่เท้า ของแหลม พื้นเปียก ความร้อน หรือความเสี่ยงทางไฟฟ้าหรือไม่ และดูข้อกำหนด PPE ของสถานประกอบการ
2. ตรวจเลขมาตรฐานและปีฉบับ
อ่านฉลากว่าระบุ EN ISO 20345 พร้อมปีใด อย่าอาศัยคำว่า “ผ่าน ISO” บนหน้าสินค้าเพียงอย่างเดียว
3. เลือกรหัสการป้องกันให้ตรงงาน
ตรวจรหัสกลุ่ม S และคุณสมบัติเสริมตามความเสี่ยง โดยแยกการต้านการเจาะทะลุ การต้านน้ำ และการกันลื่นออกจากกัน
4. ตรวจเอกสารให้ตรงกับรุ่น
เทียบรหัสรุ่นบนรองเท้า กล่อง Datasheet และเอกสารรับรอง พร้อมตรวจสอบที่มาของเอกสารเมื่อมีข้อสงสัย
5. ทดลองสวมและเดิน
ลองกับถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง ตรวจความกระชับ พื้นที่นิ้วเท้า และการเลื่อนของส้น รองเท้าที่มีคุณสมบัติครบยังต้องพอดีกับผู้สวมด้วย
6. อ่านข้อจำกัดและวิธีดูแล
ตรวจวิธีทำความสะอาด การเก็บรักษา และคำแนะนำเรื่องแผ่นรองเท้าหรืออุปกรณ์เสริมก่อนนำไปใช้งาน
ก่อนจ่ายเงิน ลองตอบให้ได้สามข้อว่า ฉลากระบุอะไร เอกสารยืนยันรุ่นไหน และคุณสมบัตินั้นตรงกับงานหรือไม่ หากตอบได้ครบ จะช่วยลดโอกาสซื้อรองเท้าเซฟตี้ผิดประเภทได้มากกว่าการเลือกจากราคาและรูปลักษณ์อย่างเดียว
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
รองเท้าเขียนว่า EN ISO แต่ไม่มีเลขมาตรฐาน ควรซื้อไหม?
ยังมีข้อมูลไม่เพียงพอ ควรขอภาพฉลากที่แสดงเลขมาตรฐาน ปีฉบับ รหัสการป้องกัน และเอกสารของรุ่นนั้นก่อนตัดสินใจ
รองเท้าเซฟตี้ S3 กันน้ำทั้งคู่หรือไม่?
ไม่ควรสรุปจาก S3 เพียงอย่างเดียว ต้องตรวจคุณสมบัติ WR หรือกลุ่มที่รวม WR เช่น S7 ตามฉบับมาตรฐานที่ระบุ พร้อมอ่านข้อจำกัดในคู่มือ
รองเท้าไม่มีรหัส SRC แปลว่าไม่ได้กันลื่นหรือไม่?
ไม่เสมอไป ต้องดูปีมาตรฐาน เพราะฉบับ 2022 เปลี่ยนระบบการระบุคุณสมบัติกันลื่น และมี SR เป็นรหัสการทดสอบเพิ่มเติม
รองเท้า ESD ใช้แทนรองเท้าฉนวนไฟฟ้าได้ไหม?
ใช้แทนกันโดยอัตโนมัติไม่ได้ ESD เกี่ยวข้องกับการควบคุมไฟฟ้าสถิต ส่วนงานที่เสี่ยงไฟฟ้าดูดต้องตรวจคุณสมบัติฉนวนและมาตรฐานเฉพาะของรุ่น
มีใบรับรองแต่รหัสรุ่นไม่ตรงกับรองเท้า ใช้ยืนยันได้ไหม?
ยังใช้ยืนยันไม่ได้จนกว่าจะมีหลักฐานว่ารุ่นที่ซื้ออยู่ในขอบเขตของเอกสาร ควรให้ผู้ขายหรือผู้ผลิตชี้แจงความเชื่อมโยงให้ชัดเจน
ซื้อรองเท้าเซฟตี้ออนไลน์ควรขอข้อมูลอะไร?
ขอภาพฉลากจริง รหัสรุ่น Datasheet คู่มือ เอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง และเงื่อนไขเปลี่ยนขนาด เพื่อเช็กทั้งคุณสมบัติและความพอดีก่อนซื้อ
👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที



