วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ Parade ให้ใช้งานได้นาน ไม่เสื่อมก่อนเวลา

การดูแลรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัย หรือ Safety Shoes Parade ควรเริ่มจากปัดฝุ่นและเศษวัสดุออกหลังใช้งาน ทำความสะอาดให้เหมาะกับวัสดุของรองเท้า แล้วผึ่งในพื้นที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรนำรองเท้าผ้าเข้าเครื่องซักหรือเร่งให้แห้งด้วยความร้อนสูง

วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ Parade ให้ใช้งานได้นาน

การดูแลรองเท้าเซฟตี้ รองเท้านิรภัย หรือ Safety Shoes Parade ควรเริ่มจากปัดฝุ่นและเศษวัสดุออกหลังใช้งาน ทำความสะอาดให้เหมาะกับวัสดุของรองเท้า แล้วผึ่งในพื้นที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเท ไม่ควรนำรองเท้าผ้าเข้าเครื่องซักหรือเร่งให้แห้งด้วยความร้อนสูง

รองเท้าหนังเรียบสามารถเช็ดฝุ่นและใช้ครีมบำรุงหนัง ส่วนหนังกลับ หนังแยกชั้น และ Nubuck ควรใช้แปรงขนนุ่ม โดยไม่ใช้ครีมขัดหนัง สำหรับรองเท้าไมโครไฟเบอร์ให้เช็ดด้วยผ้าหรือฟองน้ำนุ่มชุบน้ำหมาดผสมสบู่อ่อน ขณะที่รองเท้าผ้าควรทำความสะอาดด้วยผ้าหมาดและปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ

หลังเลิกงานควรถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง หากสามารถถอดได้ ทำความสะอาดร่องดอกยาง และเก็บรองเท้าในบริเวณที่ไม่มีความชื้นหรือแหล่งความร้อน หากพบพื้นสึก ตัวรองเท้าฉีก พื้นแยก หรือหัวนิรภัยได้รับแรงกระแทกรุนแรง ควรหยุดใช้และประเมินการเปลี่ยนคู่ใหม่

วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้

ทำไมต้องดูแลรองเท้าเซฟตี้เป็นประจำ?

รองเท้าเซฟตี้ต้องเจอกับสภาพแวดล้อมที่หนักกว่ารองเท้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น เศษวัสดุ โคลน น้ำมัน ความชื้น พื้นคอนกรีต หรือการเดินและย่อตัวซ้ำ ๆ ตลอดวัน

คราบสกปรกที่ปล่อยไว้นานอาจฝังเข้าไปในผิวรองเท้า ส่วนโคลนหรือเศษวัสดุที่อุดตันดอกยางอาจทำให้ตรวจการสึกของพื้นรองเท้าได้ยากขึ้น ความชื้นที่สะสมด้านในยังเป็นสาเหตุหนึ่งของกลิ่นไม่พึงประสงค์และทำให้รองเท้าแห้งไม่ทันก่อนเริ่มงานวันถัดไป

Parade แนะนำให้ดูแลทั้งด้านนอก ด้านใน และพื้นรองเท้า โดยเลือกวิธีทำความสะอาดตามวัสดุของรองเท้า เพราะหนังเรียบ หนังกลับ ไมโครไฟเบอร์ และผ้าต้องการวิธีดูแลที่แตกต่างกัน ูกต้องช่วยให้รองเท้าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้นานขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าที่โครงสร้างเสียหายแล้วจะกลับมาปลอดภัยเหมือนเดิม หากความเสียหายเกี่ยวข้องกับหัวนิรภัย แผ่นกันทะลุ หรือพื้นรองเท้า ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนความคุ้มค่า


ตารางสรุปวิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ Parade

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรทำประโยชน์
หลังใช้งานทุกวันปัดฝุ่น เคาะเศษวัสดุ และเปิดลิ้นรองเท้าลดคราบและระบายความชื้น
เมื่อรองเท้าเปียกถอดแผ่นรอง ผึ่งในร่ม และปล่อยให้แห้งสนิทลดกลิ่นและความอับชื้น
สัปดาห์ละครั้งเช็ดตัวรองเท้าและทำความสะอาดดอกยางลดคราบสะสมและตรวจการสึก
เดือนละครั้งตรวจพื้น รอยเย็บ เชือก และส่วนหัวรองเท้าค้นหาความเสียหายก่อนเกิดอุบัติเหตุ
หลังสัมผัสโคลนหรือน้ำมันทำความสะอาดทันทีตามชนิดวัสดุป้องกันคราบฝังแน่น
หลังถูกของหนักกระแทกหยุดใช้ชั่วคราวและตรวจโครงสร้างป้องกันการใช้รองเท้าที่อาจเสียหาย
ก่อนเก็บเป็นเวลานานทำความสะอาด ผึ่งให้แห้ง และรักษารูปทรงลดกลิ่น เชื้อรา และการเสียรูป

ความถี่ในการดูแลควรปรับตามสภาพงาน หากทำงานก่อสร้าง พื้นที่กลางแจ้ง หรือบริเวณที่มีฝุ่นและโคลนมาก อาจต้องทำความสะอาดทุกวัน


How to: วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ Parade ให้ใช้งานได้นาน

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบวัสดุของรองเท้า

ก่อนทำความสะอาด ควรตรวจสอบก่อนว่าตัวรองเท้าผลิตจากวัสดุอะไร เช่น

  • หนังเรียบหรือ Full-grain leather
  • หนังกลับหรือ Suede
  • หนังแยกชั้นหรือ Split leather
  • หนัง Nubuck
  • ไมโครไฟเบอร์
  • ผ้าตาข่ายหรือผ้าทอ
  • วัสดุผสมระหว่างหนังกับผ้า

รองเท้า Parade แต่ละรุ่นอาจใช้วัสดุมากกว่าหนึ่งชนิด จึงควรอ่านฉลากหรือรายละเอียดประจำรุ่นก่อนเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด

ไม่ควรใช้ครีมขัดหนัง น้ำยาเคลือบ หรือสารทำความสะอาดชนิดเดียวกับรองเท้าทุกคู่ เพราะผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับหนังเรียบอาจทำให้หนังกลับหรือผ้าเสียพื้นผิวได้


ขั้นตอนที่ 2 ถอดเชือกและแผ่นรองรองเท้า

ถอดเชือกรองเท้าออกเพื่อให้สามารถทำความสะอาดบริเวณลิ้นรองเท้า รูร้อยเชือก และรอยพับได้ทั่วถึง

หากแผ่นรองด้านในสามารถถอดออกได้ ควรถอดมาผึ่งแยกต่างหากหลังใช้งาน โดยเฉพาะวันที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน เพราะเหงื่อและความชื้นมักสะสมอยู่บริเวณแผ่นรอง

Parade แนะนำให้ดูแลด้านในรองเท้าควบคู่กับด้านนอก รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นที่เหมาะกับแผ่นรอง และเปลี่ยนถุงเท้าทุกวันเพื่อลดกลิ่นและการสะสมของจุลินทรีย์ แผ่นรองด้วยรุ่นที่หนาหรือมีรูปทรงต่างจากของเดิมมากเกินไป เพราะอาจทำให้พื้นที่ภายในลดลงจนเท้าถูกดันเข้าหาหัวนิรภัย


ขั้นตอนที่ 3 ปัดฝุ่นก่อนใช้น้ำ

ใช้แปรงขนนุ่มหรือผ้าแห้งปัดฝุ่น ทราย เศษดิน และเศษวัสดุออกจากตัวรองเท้า

ควรเน้นบริเวณต่อไปนี้

  • รอยเย็บ
  • ขอบพื้นรองเท้า
  • รอยพับบริเวณหน้าเท้า
  • ลิ้นรองเท้า
  • รอบรูร้อยเชือก
  • ร่องดอกยาง

หากมีโคลนเกาะหนา ควรปล่อยให้คราบแห้งลงเล็กน้อยก่อนปัดออก การนำผ้าเปียกไปเช็ดโคลนที่ยังเหลวอาจทำให้คราบกระจายกว้างขึ้นและฝังเข้าไปในเนื้อวัสดุ

ไม่ควรใช้แปรงลวดหรือของมีคม เพราะอาจทำให้ผิวรองเท้า รอยเย็บ และวัสดุเคลือบเสียหาย


ขั้นตอนที่ 4 ทำความสะอาดตามชนิดวัสดุ

ตารางเปรียบเทียบการดูแลวัสดุรองเท้า Parade

วัสดุวิธีทำความสะอาดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
หนังเรียบเช็ดฝุ่นด้วยผ้านุ่ม แล้วทาครีมเป็นวงกลมครีมบำรุงหนังสีใกล้เคียงหรือไม่มีสีการแช่น้ำและผงซักฟอก
หนังกลับใช้แปรงขนนุ่มปัดตามแนวผิวสเปรย์กันน้ำสำหรับหนังกลับครีมขัดหนังและการขัดแรง
Split leatherปัดด้วยแปรงนุ่ม แล้วใช้สเปรย์กันน้ำสเปรย์ที่เหมาะกับหนังแยกชั้นยาขัดรองเท้าที่อุดตันเส้นใย
Nubuckใช้แปรงเฉพาะวัสดุและทำความสะอาดเบา ๆน้ำยาสำหรับ Nubuckครีมมันและผ้าเปียกมาก
ไมโครไฟเบอร์เช็ดด้วยผ้าหรือฟองน้ำนุ่มชุบน้ำสบู่อ่อนสบู่อ่อนปริมาณเล็กน้อยครีมบำรุงหนังแท้
ผ้าหรือ Meshเช็ดด้วยผ้าหมาดและปล่อยให้แห้งสเปรย์กันน้ำสำหรับผ้าเครื่องซักผ้าและสารเคมีแรง
พื้นรองเท้าใช้ฟองน้ำหรือแปรงสีฟันชุบน้ำสบู่อ่อนน้ำและสบู่อ่อนของแหลมและตัวทำละลาย

Parade ระบุว่าหนังเรียบสามารถดูแลด้วยครีมบำรุงหนัง ส่วนหนังกลับ หนังแยกชั้น และ Nubuck ควรใช้แปรงขนนุ่มและไม่ควรใช้ครีมขัดหนัง สำหรับไมโครไฟเบอร์สามารถเช็ดด้วยผ้าหรือฟองน้ำนุ่มผสมน้ำสบู่อ่อน และเช็ดความชื้นส่วนเกินออกด้วยผ้าแห้ง รือครีมกับรองเท้าทั้งคู่ ควรทดลองบนพื้นที่เล็ก ๆ ที่มองเห็นไม่ชัดก่อน เพื่อดูว่าพื้นผิวหรือสีเปลี่ยนหรือไม่


ขั้นตอนที่ 5 ดูแลรองเท้าหนังเรียบ

รองเท้า Parade ที่ใช้หนังเรียบควรเริ่มจากใช้ผ้านุ่มเช็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกก่อน จากนั้นใช้ครีมบำรุงหนังปริมาณเล็กน้อย ทาเป็นวงกลมบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณหนัง

ครีมช่วยรักษาความชุ่มชื้นของหนัง ลดโอกาสที่หนังจะแห้ง แข็ง หรือแตกร้าวเร็วเกินไป

หากไม่แน่ใจเรื่องสีของครีม ควรใช้ครีมชนิดไม่มีสีแทนการเลือกสีที่อาจเข้มกว่ารองเท้า

ไม่ควรทาครีมหนาจนเกิดคราบเหนียว เพราะจะทำให้ฝุ่นเกาะง่ายและอาจสะสมตามรอยพับของรองเท้า


ขั้นตอนที่ 6 ดูแลหนังกลับ หนังแยกชั้น และ Nubuck

วัสดุเหล่านี้มีพื้นผิวและเส้นใยต่างจากหนังเรียบ จึงไม่ควรใช้ครีมขัดหนังทั่วไป

ให้ใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นและคราบแห้งออกอย่างเบามือ โดยปัดไปในทิศทางเดียวกันเพื่อรักษาลักษณะของพื้นผิว

Parade แนะนำให้ใช้สเปรย์กันน้ำก่อนเริ่มสวมรองเท้าหนังกลับหรือหนังประเภทที่มีพื้นผิวอ่อนนุ่ม และฉีดซ้ำเป็นระยะเพื่อคงประสิทธิภาพ โดยควรฉีดเป็นชั้นบาง ๆ เพื่อไม่ให้อุดตันรูของวัสดุ นพื้นที่อากาศถ่ายเท และปล่อยให้รองเท้าแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งาน


ขั้นตอนที่ 7 ดูแลรองเท้าไมโครไฟเบอร์

รองเท้าไมโครไฟเบอร์สามารถทำความสะอาดได้ด้วยผ้าหรือฟองน้ำนุ่มชุบน้ำหมาด หากคราบค่อนข้างมาก สามารถใช้สบู่อ่อนในปริมาณเล็กน้อยได้

หลังเช็ดคราบออกแล้ว ให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดซับความชื้นส่วนเกิน จากนั้นวางรองเท้าในพื้นที่อากาศถ่ายเท

ไม่ควรใช้ครีมบำรุงหนังแท้กับไมโครไฟเบอร์โดยไม่ตรวจคำแนะนำ เพราะครีมอาจทิ้งคราบ ทำให้สีเปลี่ยน หรือทำให้พื้นผิวมีความมันผิดปกติ


ขั้นตอนที่ 8 ดูแลรองเท้าผ้าและผ้าตาข่าย

ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดคราบเฉพาะจุด หากมีฝุ่นเกาะในเส้นใย ให้ใช้แปรงขนนุ่มช่วยปัดออกก่อนเช็ด

รองเท้าผ้าไม่ควรนำเข้าเครื่องซัก เพราะแรงหมุนและอุณหภูมิอาจทำให้รองเท้าเสียรูป ผ้าหด สีซีด หรือวัสดุบางส่วนเสื่อมเร็วกว่าปกติ Parade แนะนำให้ทำความสะอาดรองเท้าผ้าด้วยผ้าหมาดและปล่อยให้แห้งในอากาศ โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง ารถใช้สเปรย์กันน้ำที่ออกแบบสำหรับผ้า เพื่อช่วยลดการเกาะของสิ่งสกปรกและชะลอการเสื่อมของวัสดุ แต่สเปรย์กันน้ำไม่ได้ทำให้รองเท้าผ้ากลายเป็นรองเท้าสำหรับแช่น้ำ


ขั้นตอนที่ 9 ทำความสะอาดพื้นและร่องดอกยาง

ใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดหรือแปรงสีฟันขนนุ่มร่วมกับสบู่อ่อน ขัดคราบบริเวณพื้นรองเท้าและร่องดอกยาง

นำเศษวัสดุต่อไปนี้ออกให้หมด

  • ดินและโคลน
  • เศษหิน
  • เศษไม้
  • เศษโลหะ
  • คราบน้ำมัน
  • เศษวัสดุก่อสร้าง

ไม่ควรใช้มีด ไขควง หรือตะปูเขี่ยร่องพื้น เพราะอาจทำให้วัสดุพื้นรองเท้าเป็นรอยหรือเกิดรูโดยไม่ตั้งใจ

ระหว่างทำความสะอาดให้สังเกตว่าดอกยางยังมีความลึกเพียงพอหรือไม่ หากพื้นสึกจนเรียบ มีรอยแตกลึก หรือเริ่มแยกออกจากตัวรองเท้า ควรประเมินการเปลี่ยนคู่ใหม่

Parade แนะนำให้กำจัดโคลนออกจากร่องพื้นหลังเลิกงาน เพื่อรักษาความสะอาดและตรวจสอบสภาพพื้นได้ง่ายขึ้น อนที่ 10 ผึ่งรองเท้าให้แห้งอย่างถูกวิธี

หลังทำความสะอาด ให้เปิดลิ้นรองเท้า คลายเชือก และวางรองเท้าในพื้นที่ร่มที่อากาศถ่ายเท

หากรองเท้าเปียกมาก สามารถใช้กระดาษสะอาดยัดไว้ด้านในเพื่อช่วยดูดความชื้นและรักษารูปทรง ควรเปลี่ยนกระดาษเมื่อกระดาษเริ่มเปียก

หลีกเลี่ยงการทำให้รองเท้าแห้งด้วยวิธีต่อไปนี้

  • วางกลางแดดจัดเป็นเวลานาน
  • ใช้ไดร์เป่าผมลมร้อน
  • วางใกล้เตาหรือฮีตเตอร์
  • ใส่เครื่องอบผ้า
  • วางบนเครื่องจักรที่มีความร้อน
  • เก็บรองเท้าทั้งที่ยังชื้น

ความร้อนสูงอาจทำให้หนังแข็ง กาวเสื่อม และวัสดุพื้นรองเท้าเสียรูปได้ Parade แนะนำให้เก็บรองเท้าในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท ห่างจากความชื้นและแหล่งความร้อน อนที่ 11 ลดกลิ่นและความชื้นภายในรองเท้า

หลังเลิกงานควรเปิดรองเท้าให้ระบายอากาศ ไม่ควรนำรองเท้าที่มีเหงื่อหรือความชื้นเก็บในตู้ปิดทันที

วิธีลดกลิ่นที่ทำได้ง่าย ได้แก่

  1. เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน
  2. เลือกถุงเท้าที่ระบายเหงื่อได้ดี
  3. ถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง หากถอดได้
  4. ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นสำหรับรองเท้า
  5. รอให้รองเท้าแห้งสนิทก่อนสวม
  6. สลับรองเท้าสองคู่เมื่อทำงานในพื้นที่ชื้น
  7. ทำความสะอาดเท้าและเช็ดให้แห้งก่อนสวมรองเท้า

Parade แนะนำให้ฉีดผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นที่แผ่นรองเป็นประจำ รวมถึงเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และเลือกถุงเท้าที่ดูดซับกับระบายความชื้นได้ดี รือผงระงับกลิ่นลงในรองเท้ามากเกินไป เพราะอาจจับตัวกับเหงื่อจนเกิดเป็นคราบสะสมภายใน


ขั้นตอนที่ 12 เก็บรองเท้าให้ถูกต้อง

รองเท้าที่ทำความสะอาดแล้วต้องแห้งสนิทก่อนนำไปเก็บ ควรวางในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทและไม่อับชื้น

ไม่ควรทำสิ่งต่อไปนี้

  • วางรองเท้าซ้อนทับกัน
  • วางของหนักกดทับหัวรองเท้า
  • เก็บในถุงพลาสติกปิดสนิท
  • เก็บใกล้น้ำมันหรือสารเคมี
  • เก็บกลางแดด
  • เก็บรองเท้าขณะที่ยังเปียก

หากมีอุปกรณ์รักษาทรงรองเท้าหรือ Shoe Tree สามารถนำมาใช้เพื่อช่วยลดการยุบหรือเสียรูปขณะไม่ได้สวม Parade ยังแนะนำให้สลับรองเท้าสองคู่เมื่อเป็นไปได้ เพื่อให้รองเท้าแต่ละคู่มีเวลาระบายความชื้นและแห้งก่อนใช้งานครั้งต่อไป แลรองเท้า Parade ตามสภาพหน้างาน

สภาพการทำงานปัญหาที่พบบ่อยวิธีดูแลที่แนะนำ
โรงงานและคลังสินค้าฝุ่น เหงื่อ และการสึกของพื้นปัดฝุ่น ผึ่งแผ่นรอง และตรวจดอกยาง
งานก่อสร้างโคลน ปูน และเศษวัสดุทำความสะอาดร่องพื้นหลังใช้งาน
งานกลางแจ้งน้ำ ฝน แสงแดด และดินใช้สเปรย์กันน้ำและผึ่งในร่ม
งานซ่อมบำรุงน้ำมันและคราบเครื่องจักรเช็ดคราบทันทีด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับวัสดุ
งานเดินตลอดวันเหงื่อ ความชื้น และแผ่นรองยุบถอดแผ่นรองผึ่งและสลับรองเท้า
งานไฟฟ้าหรือ ESDฝุ่นและการเปลี่ยนแผ่นรองผิดรุ่นใช้อะไหล่ที่เหมาะสมและตรวจตามระบบหน้างาน
งานเชื่อมและงานร้อนสะเก็ดไฟและความร้อนตรวจรอยไหม้ รอยแตก และพื้นรองเท้าทุกวัน

หากรองเท้าสัมผัสสารเคมีที่ไม่ทราบชนิด ไม่ควรทดลองใช้น้ำยาหลายชนิดผสมกัน ควรตรวจเอกสารความปลอดภัยของสารและปฏิบัติตามข้อกำหนดของสถานประกอบการ


วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้

รองเท้าเซฟตี้ Parade ซักเครื่องได้ไหม?

โดยทั่วไป ไม่ควรนำรองเท้าเซฟตี้ Parade เข้าเครื่องซักผ้า โดยเฉพาะรองเท้าที่มีวัสดุผ้า หนัง กาว และโครงสร้างหลายชั้น

แรงหมุน น้ำปริมาณมาก และอุณหภูมิระหว่างการซักอาจทำให้เกิดปัญหา เช่น

  • รองเท้าผิดรูป
  • ผ้าหดตัว
  • สีเปลี่ยนหรือซีด
  • กาวเสื่อม
  • รอยต่อเปิด
  • วัสดุด้านในแห้งช้า
  • กลิ่นอับจากความชื้นสะสม

Parade ระบุว่ารองเท้าผ้าควรทำความสะอาดด้วยผ้าหมาด ไม่ควรนำเข้าเครื่องซัก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่รองเท้าจะเสียรูป ผ้าหด หรือสีเปลี่ยน ยกว่าคือการทำความสะอาดด้วยมือและเลือกวิธีให้ตรงกับวัสดุของแต่ละส่วน


รองเท้าเซฟตี้เปียกน้ำ ควรทำอย่างไร?

เมื่อรองเท้าเปียกจากฝน น้ำล้างพื้น หรือความชื้นในหน้างาน ควรทำตามขั้นตอนดังนี้

  1. นำรองเท้าออกจากพื้นที่เปียก
  2. คลายเชือกและเปิดลิ้นรองเท้า
  3. ถอดแผ่นรองออก หากถอดได้
  4. ใช้ผ้าสะอาดซับน้ำด้านนอก
  5. ยัดกระดาษสะอาดเพื่อช่วยดูดความชื้น
  6. วางรองเท้าในพื้นที่ร่มและอากาศถ่ายเท
  7. เปลี่ยนกระดาษเมื่อเปียก
  8. รอให้รองเท้าแห้งสนิทก่อนสวม

ไม่ควรสวมรองเท้าที่ยังเปียกหรือชื้น เพราะนอกจากจะไม่สบายเท้าแล้ว ยังทำให้เกิดการเสียดสีและกลิ่นอับได้ง่ายขึ้น

หากรองเท้าเปียกเป็นประจำ ควรพิจารณาใช้รองเท้าที่มีระดับการป้องกันน้ำเหมาะกับหน้างาน และมีรองเท้าสำรองสำหรับสลับใช้งาน


สิ่งที่ไม่ควรทำกับรองเท้าเซฟตี้ Parade

สิ่งที่ไม่ควรทำผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
นำรองเท้าผ้าเข้าเครื่องซักรองเท้าเสียรูป ผ้าหดหรือสีเปลี่ยน
ใช้ไดร์ลมร้อนกาวและวัสดุพื้นเสื่อมเร็ว
ตากแดดจัดเป็นเวลานานหนังแข็ง สีซีด และวัสดุแตกร้าว
แช่น้ำทั้งคู่ความชื้นเข้าสู่โครงสร้างภายใน
ใช้ครีมกับหนังกลับพื้นผิวเสียและเส้นใยจับตัว
ใช้แปรงลวดผิวรองเท้าและรอยเย็บเสียหาย
ใช้สารฟอกขาวสีและวัสดุอาจเสื่อม
เก็บรองเท้าทั้งที่เปียกเกิดกลิ่นและความอับชื้น
วางของหนักทับรองเท้าโครงสร้างและหัวรองเท้าเสียรูป
ซ่อมพื้นหรือหัวนิรภัยเองอาจกระทบต่อคุณสมบัติด้านความปลอดภัย

จุดที่ควรตรวจทุกครั้งก่อนใส่รองเท้า

การทำความสะอาดเป็นจังหวะที่ดีในการตรวจสภาพรองเท้า ควรสังเกตอย่างน้อย 10 จุดต่อไปนี้

  1. ตัวรองเท้ามีรอยฉีกหรือไม่
  2. รอยเย็บหลุดหรือขาดหรือไม่
  3. หนังมีรอยแตกจนเห็นชั้นด้านในหรือไม่
  4. หัวรองเท้ายุบหรือเสียรูปหรือไม่
  5. พื้นแยกออกจากตัวรองเท้าหรือไม่
  6. ดอกยางสึกจนตื้นหรือเรียบหรือไม่
  7. มีของแหลมฝังอยู่ในพื้นหรือไม่
  8. เชือกและระบบล็อกยังใช้งานได้หรือไม่
  9. แผ่นรองยุบหรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งหรือไม่
  10. รองเท้ายังจับเท้าได้กระชับเหมือนเดิมหรือไม่

หากรองเท้าถูกของหนักหล่นใส่ แม้ภายนอกไม่มีรอยชัดเจน ก็ควรหยุดใช้งานชั่วคราวและตรวจสอบ เพราะส่วนหัวหรือโครงสร้างภายในอาจได้รับแรงกระแทกแล้ว


ดูแลต่อ ซ่อมได้ หรือควรเปลี่ยน?

สภาพรองเท้าแนวทาง
มีฝุ่นหรือคราบดินเล็กน้อยทำความสะอาดและใช้ต่อได้
รองเท้าเปียกแต่ไม่มีความเสียหายผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใช้
เชือกขาดเปลี่ยนเชือกที่เหมาะกับรองเท้า
แผ่นรองเริ่มยุบเปลี่ยนด้วยรุ่นที่เหมาะสม
หนังเริ่มแห้งทำความสะอาดและบำรุงตามชนิดหนัง
ดอกยางมีโคลนอุดตันทำความสะอาดร่องพื้น
ดอกยางสึกจนเกือบเรียบควรเปลี่ยนรองเท้า
พื้นแยกจากตัวรองเท้าหยุดใช้และเปลี่ยน
ตัวรองเท้าฉีกจนเห็นด้านในควรเปลี่ยน
หัวนิรภัยเสียรูปหยุดใช้ทันที
ถูกแรงกระแทกรุนแรงตรวจสอบและพิจารณาเปลี่ยน
ปนเปื้อนสารอันตรายที่ล้างไม่ออกหยุดใช้ตามขั้นตอนความปลอดภัย

การติดกาวพื้นรองเท้าหรือเย็บซ่อมบางตำแหน่งอาจทำให้รองเท้าดูเหมือนกลับมาใช้งานได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าคุณสมบัติด้านความปลอดภัยยังเหมือนเดิม


อายุการใช้งานของรองเท้าเซฟตี้ Parade นานแค่ไหน?

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีอายุการใช้งานที่ตายตัวสำหรับผู้ใช้ทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • จำนวนชั่วโมงที่สวมในแต่ละวัน
  • ระยะทางที่เดิน
  • น้ำหนักและลักษณะการเดินของผู้สวม
  • พื้นผิวหน้างาน
  • การสัมผัสน้ำ น้ำมัน หรือสารเคมี
  • อุณหภูมิในพื้นที่ทำงาน
  • วิธีทำความสะอาดและเก็บรักษา
  • การสลับใช้รองเท้าหลายคู่

รองเท้าที่ใช้เดินบนพื้นคอนกรีตวันละหลายชั่วโมงย่อมสึกเร็วกว่ารองเท้าที่ใช้เป็นครั้งคราว จึงไม่ควรตัดสินจากอายุเป็นเดือนหรือปีเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรใช้ตัดสินคือสภาพพื้น ดอกยาง ตัวรองเท้า หัวนิรภัย ความกระชับ และความสามารถในการรองรับเท้า หากส่วนใดส่วนหนึ่งเสื่อมจนกระทบต่อความปลอดภัย ควรเปลี่ยนแม้รองเท้ายังดูใหม่ในบางจุด


วิธีดูแลรองเท้า Parade ที่มีคุณสมบัติ ESD

รองเท้า ESD มีหน้าที่ช่วยควบคุมการถ่ายเทประจุไฟฟ้าสถิต จึงควรดูแลตามคู่มือและระบบควบคุม ESD ของสถานประกอบการ

แนวทางเบื้องต้น ได้แก่

  • รักษาพื้นรองเท้าให้สะอาด
  • ไม่ปล่อยให้โคลน น้ำมัน หรือคราบหนาสะสม
  • ไม่เปลี่ยนแผ่นรองด้วยรุ่นทั่วไป
  • ไม่ดัดแปลงพื้นรองเท้า
  • ตรวจรองเท้าตามระบบ ESD ขององค์กร
  • ใช้งานร่วมกับพื้นที่เหมาะสม
  • ตรวจสภาพก่อนเข้าพื้นที่ควบคุม

รองเท้า ESD ไม่ใช่รองเท้าฉนวนไฟฟ้า และไม่ควรนำไปใช้แทนรองเท้าที่ออกแบบสำหรับป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าโดยตรง


Checklist ดูแลรองเท้า Parade หลังเลิกงาน

ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนเก็บรองเท้า

  • เคาะเศษดินและวัสดุออกแล้ว
  • ปัดฝุ่นบริเวณตัวรองเท้าแล้ว
  • ทำความสะอาดร่องดอกยางแล้ว
  • คลายเชือกและเปิดลิ้นรองเท้าแล้ว
  • ถอดแผ่นรองออกมาผึ่งแล้ว
  • ตรวจพื้นรองเท้าและรอยเย็บแล้ว
  • ไม่มีของแหลมฝังอยู่ในพื้น
  • ไม่มีรอยฉีกหรือพื้นแยก
  • วางรองเท้าในพื้นที่อากาศถ่ายเท
  • รองเท้าไม่อยู่ใกล้แดดหรือแหล่งความร้อน

การทำเป็นกิจวัตรช่วยลดเวลาทำความสะอาดครั้งใหญ่ และทำให้พบความเสียหายได้เร็วขึ้น


สรุปวิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ Parade

หัวใจสำคัญของการดูแลรองเท้าเซฟตี้ Parade คือ ทำความสะอาดให้ตรงกับวัสดุ ผึ่งให้แห้งอย่างเป็นธรรมชาติ และตรวจสภาพก่อนใช้งาน

รองเท้าหนังเรียบสามารถใช้ครีมบำรุงได้ ส่วนหนังกลับ หนังแยกชั้น และ Nubuck ควรใช้แปรงขนนุ่มโดยไม่ทาครีม รองเท้าผ้ากับไมโครไฟเบอร์ควรเช็ดด้วยผ้าหมาด และไม่ควรนำรองเท้าผ้าเข้าเครื่องซัก

หลังเลิกงานควรเปิดรองเท้าให้ระบายความชื้น ถอดแผ่นรองออกมาผึ่งหากทำได้ ทำความสะอาดร่องพื้น และเก็บรองเท้าให้ห่างจากความชื้นกับแหล่งความร้อน

การดูแลช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของรองเท้าที่ยังอยู่ในสภาพดี แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการฝืนใช้รองเท้าที่พื้นสึก ตัวรองเท้าฉีก พื้นแยก หรือหัวนิรภัยได้รับความเสียหาย เพราะความปลอดภัยของผู้สวมใส่สำคัญกว่าอายุการใช้งานของรองเท้า


FAQ คำถามที่พบบ่อย

รองเท้าเซฟตี้ Parade ซักเครื่องได้ไหม?

ไม่แนะนำให้นำรองเท้าเซฟตี้ Parade เข้าเครื่องซัก โดยเฉพาะรุ่นที่ทำจากผ้า หนัง หรือวัสดุหลายชั้น เพราะแรงหมุนและอุณหภูมิอาจทำให้รองเท้าเสียรูป ผ้าหด สีเปลี่ยน หรือกาวเสื่อม ควรทำความสะอาดด้วยมือแทน

รองเท้า Parade ตากแดดได้หรือไม่?

ควรผึ่งในร่มที่มีอากาศถ่ายเทมากกว่าตากแดดจัด เพราะความร้อนและแสงแดดอาจทำให้หนังแข็ง สีซีด และวัสดุบางส่วนเสื่อมเร็วขึ้น

ใช้ไดร์เป่ารองเท้าเซฟตี้ได้ไหม?

ไม่ควรใช้ลมร้อนเป่าโดยตรง ให้คลายเชือก เปิดลิ้นรองเท้า ถอดแผ่นรอง และผึ่งให้แห้งตามธรรมชาติ

รองเท้าหนัง Parade ใช้ครีมขัดรองเท้าได้ไหม?

หนังเรียบสามารถใช้ครีมบำรุงหนังได้ แต่หนังกลับ หนังแยกชั้น และ Nubuck ไม่ควรใช้ครีมขัดหนัง เพราะอาจทำให้พื้นผิวและเส้นใยเสียหาย

รองเท้าเซฟตี้ผ้าควรทำความสะอาดอย่างไร?

ใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่น แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาด หลีกเลี่ยงสารเคมีแรงและเครื่องซักผ้า จากนั้นผึ่งในร่มจนแห้งสนิท

รองเท้าเซฟตี้เปียกน้ำทำอย่างไร?

ถอดเชือกและแผ่นรองออก ใช้ผ้าซับน้ำ เปิดลิ้นรองเท้า ยัดกระดาษสะอาดเพื่อดูดความชื้น และผึ่งในพื้นที่อากาศถ่ายเท ห้ามเร่งให้แห้งด้วยความร้อนสูง

ควรทำความสะอาดรองเท้าเซฟตี้บ่อยแค่ไหน?

ควรปัดฝุ่นและผึ่งรองเท้าหลังใช้งานทุกวัน ส่วนการทำความสะอาดละเอียดควรทำสัปดาห์ละครั้ง หรือทันทีเมื่อรองเท้าเปื้อนโคลน น้ำมัน หรือสารปนเปื้อน

รองเท้ามีกลิ่นควรทำอย่างไร?

เปิดรองเท้าให้ระบายอากาศ ถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นที่เหมาะสม เปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน และไม่ควรสวมรองเท้าขณะที่ยังชื้น

แผ่นรองรองเท้า Parade เปลี่ยนเป็นรุ่นทั่วไปได้ไหม?

ควรเลือกแผ่นรองที่มีขนาด ความหนา และคุณสมบัติเหมาะกับรองเท้าเดิม โดยเฉพาะรองเท้า ESD ไม่ควรเปลี่ยนแผ่นรองโดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจกระทบต่อความพอดีและคุณสมบัติของรองเท้า

รองเท้าถูกของหนักหล่นใส่แต่ไม่มีรอย ยังใช้ต่อได้ไหม?

ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบก่อน เพราะหัวนิรภัยหรือโครงสร้างภายในอาจได้รับความเสียหาย แม้ภายนอกจะมองไม่เห็นรอยชัดเจน

รองเท้าเซฟตี้ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่?

ควรเปลี่ยนเมื่อดอกยางสึกจนเรียบ พื้นแยก ตัวรองเท้าฉีก หัวรองเท้าเสียรูป ได้รับแรงกระแทกรุนแรง หรือรองเท้าสูญเสียความกระชับและการรองรับเท้า

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

#วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ #วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ให้ถูกวิธี #วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ต้องทำยังไง #รองเท้าเซฟตี้Parade #รองเท้าParade #ทำความสะอาดรองเท้าเซฟตี้ #วิธีซักรองเท้าเซฟตี้ #ดูแลรองเท้าหัวเหล็ก #รองเท้าเซฟตี้เปียกน้ำ #รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าโรงงาน #SafetyShoes #ParadeSafetyShoes #SafetyFootwear #PPE

แชร์:

บทความเพิ่มเติม