รองเท้าหัวคอมโพสิตปลอดภัยไหม รับแรงกระแทกได้ดีแค่ไหน

รองเท้าหัวคอมโพสิตมีความปลอดภัย หากผลิตและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ เช่น EN ISO 20345 โดยมาตรฐานกำหนดให้หัวป้องกันนิ้วเท้ารองรับแรงกระแทกอย่างน้อย 200 จูล และแรงบีบอัดอย่างน้อย 15 กิโลนิวตัน ไม่ว่าหัวป้องกันจะผลิตจากเหล็ก อะลูมิเนียม หรือวัสดุคอมโพสิต

รองเท้าหัวคอมโพสิตปลอดภัยไหม? เมื่อพูดถึงรองเท้าเซฟตี้ หลายคนมักนึกถึงรองเท้าหัวเหล็กเป็นอันดับแรก แต่ปัจจุบันมีรองเท้าหัวคอมโพสิตให้เลือกมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน ต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะ หรือทำงานในบริเวณที่ไม่ต้องการวัสดุแม่เหล็ก

คำถามที่พบบ่อยคือ หัวคอมโพสิตแข็งแรงพอหรือไม่ และป้องกันของหนักตกใส่เท้าได้เหมือนหัวเหล็กหรือเปล่า คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบมาตรฐานและเครื่องหมายรับรองของรองเท้าแต่ละรุ่นด้วย

คำตอบสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ

รองเท้าหัวคอมโพสิตมีความปลอดภัย หากผลิตและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ เช่น EN ISO 20345 โดยมาตรฐานกำหนดให้หัวป้องกันนิ้วเท้ารองรับแรงกระแทกอย่างน้อย 200 จูล และแรงบีบอัดอย่างน้อย 15 กิโลนิวตัน ไม่ว่าหัวป้องกันจะผลิตจากเหล็ก อะลูมิเนียม หรือวัสดุคอมโพสิต

ดังนั้น หัวคอมโพสิตที่ผ่านมาตรฐานไม่ได้ป้องกันน้อยกว่าหัวเหล็กในระดับการทดสอบที่กำหนด จุดเด่นคือไม่มีโลหะ น้ำหนักมักเบากว่า ไม่นำความร้อนหรือความเย็นได้เร็วเท่าโลหะ และเหมาะกับบางพื้นที่ที่ต้องควบคุมวัสดุแม่เหล็ก

อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกระดับรองเท้าให้ตรงกับความเสี่ยง เพราะหัวคอมโพสิตป้องกันเฉพาะบริเวณนิ้วเท้า ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะป้องกันของแหลมแทงทะลุ พื้นลื่น สารเคมี ความร้อน หรือไฟฟ้าได้ทุกกรณี

รองเท้าหัวคอมโพสิตปลอดภัยไหม

หัวคอมโพสิตผลิตจากอะไร?

หัวคอมโพสิต หรือ Composite Toe Cap เป็นหัวป้องกันนิ้วเท้าที่ผลิตจากวัสดุไม่ใช่โลหะ อาจใช้ไฟเบอร์กลาส พลาสติกเสริมแรง คาร์บอนไฟเบอร์ หรือวัสดุผสมทางวิศวกรรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต

วัสดุจะถูกขึ้นรูปให้ครอบคลุมบริเวณนิ้วเท้าและติดตั้งอยู่ภายในรองเท้า หน้าที่หลักคือช่วยรักษาพื้นที่ว่างภายในหัวรองเท้าเมื่อมีวัตถุตกกระแทกหรือเกิดแรงบีบอัดจากด้านบน

แม้จะเรียกว่า “หัวคอมโพสิต” เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกคู่จะให้การป้องกันเท่ากัน ต้องตรวจดูมาตรฐาน รุ่นสินค้า และข้อมูลรับรองจากผู้ผลิตเสมอ

รับแรงกระแทกได้ดีแค่ไหน?

มาตรฐาน ISO 20345:2021 กำหนดว่ารองเท้าเซฟตี้ต้องมีหัวป้องกันนิ้วเท้าที่ทนต่อพลังงานกระแทกอย่างน้อย 200 จูล และแรงบีบอัดอย่างน้อย 15 กิโลนิวตัน โดยฉบับปัจจุบันมี Amendment 1:2024 เพิ่มเติม

พลังงาน 200 จูลสามารถเปรียบเทียบทางฟิสิกส์อย่างคร่าว ๆ ได้กับวัตถุหนักประมาณ 20 กิโลกรัมตกจากความสูงประมาณ 1 เมตร แต่เป็นเพียงการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ใช่วิธีทดสอบรองเท้าด้วยตัวเอง เพราะการทดสอบจริงควบคุมรูปทรงหัวกระแทก ความเร็ว ระยะห่างภายในรองเท้า และเงื่อนไขอื่นตามมาตรฐาน

สิ่งสำคัญคือมาตรฐานกำหนดระดับการป้องกัน ไม่ได้กำหนดว่าต้องผลิตจากโลหะเท่านั้น ผู้ผลิตจึงสามารถใช้หัวเหล็ก หัวอะลูมิเนียม หรือหัวคอมโพสิตได้ ตราบใดที่รองเท้ารุ่นนั้นผ่านข้อกำหนด

หัวคอมโพสิตกับหัวเหล็กต่างกันอย่างไร?

หัวข้อเปรียบเทียบหัวคอมโพสิตหัวเหล็ก
การป้องกันตามมาตรฐานผ่านเกณฑ์เดียวกันเมื่อได้รับการรับรองตาม EN ISO 20345ผ่านเกณฑ์เดียวกันเมื่อได้รับการรับรองตาม EN ISO 20345
น้ำหนักโดยทั่วไปมีโอกาสเบากว่า แต่ต้องดูน้ำหนักรองเท้าทั้งคู่มักมีน้ำหนักมากกว่า
ส่วนประกอบโลหะตัวหัวป้องกันไม่มีโลหะผลิตจากเหล็ก
คุณสมบัติแม่เหล็กไม่เป็นแม่เหล็กอาจตอบสนองต่อสนามแม่เหล็ก
การนำอุณหภูมินำความร้อนและความเย็นน้อยกว่าโลหะรับและถ่ายเทอุณหภูมิได้เร็วกว่า
รูปทรงหัวรองเท้าบางรุ่นอาจต้องใช้พื้นที่หรือความหนามากกว่าสามารถออกแบบให้ค่อนข้างบางได้
ลักษณะเมื่อได้รับแรงรุนแรงอาจเกิดรอยร้าวหรือความเสียหายภายในที่มองเห็นยากอาจบุบหรือเสียรูป
งานที่มักเหมาะโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเบา งานเดินมาก และพื้นที่ควบคุมโลหะก่อสร้าง งานช่าง โรงงาน และงานอุตสาหกรรมทั่วไป

ไม่ควรตัดสินจากชนิดหัวป้องกันเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำหนัก ความสบาย และการป้องกันโดยรวมยังขึ้นอยู่กับพื้นรองเท้า วัสดุส่วนบน แผ่นกันของมีคม ทรงรองเท้า และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ

ปลอดภัยเท่าหัวเหล็กหรือไม่?

หากรองเท้าหัวคอมโพสิตและรองเท้าหัวเหล็กผ่านมาตรฐานระดับเดียวกัน ทั้งสองแบบต้องผ่านเกณฑ์แรงกระแทกและแรงบีบอัดตามที่กำหนด จึงถือว่าให้การป้องกันในระดับมาตรฐานเดียวกัน

แต่ไม่ได้หมายความว่าวัสดุทั้งสองจะมีพฤติกรรมเหมือนกันเมื่อเจอแรงที่สูงเกินขอบเขตการทดสอบ หัวเหล็กอาจเสียรูปหรือบุบ ส่วนวัสดุคอมโพสิตอาจแตกร้าวภายใน ดังนั้น หลังเกิดแรงกระแทกรุนแรง ไม่ควรใช้รูปลักษณ์ภายนอกเป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว

ควรถอดรองเท้าคู่นั้นออกจากการใช้งาน ตรวจสอบตามคำแนะนำของผู้ผลิต และเปลี่ยนใหม่หากไม่สามารถยืนยันสภาพของหัวป้องกันได้

ข้อดีของรองเท้าหัวคอมโพสิต

ลดน้ำหนักบริเวณปลายเท้า

วัสดุคอมโพสิตมักมีน้ำหนักเบากว่าเหล็ก จึงช่วยลดน้ำหนักบริเวณปลายรองเท้าได้ แต่ควรเปรียบเทียบน้ำหนักรองเท้าทั้งคู่ เพราะพื้นชั้นนอก หนัง และส่วนประกอบอื่นอาจทำให้รองเท้าบางรุ่นยังมีน้ำหนักมาก

ไม่เป็นแม่เหล็ก

เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อกำหนดเรื่องวัสดุแม่เหล็ก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ห้องปฏิบัติการ หรือบางพื้นที่ที่ใช้เครื่องมือตรวจจับโลหะ

อย่างไรก็ตาม หากต้องการรองเท้าแบบ Metal Free ต้องตรวจสอบส่วนประกอบอื่นด้วย เพราะรองเท้าอาจยังมีตาไก่ ซิป ตะปู หรือแผ่นกันของมีคมที่เป็นโลหะ แม้หัวรองเท้าจะเป็นคอมโพสิตก็ตาม

เหมาะกับพื้นที่ร้อนหรือเย็น

หัวคอมโพสิตนำความร้อนและความเย็นน้อยกว่าโลหะ จึงอาจช่วยลดความรู้สึกร้อนหรือเย็นบริเวณปลายเท้าเมื่อทำงานในพื้นที่อุณหภูมิต่ำหรือสูง

แต่การป้องกันอุณหภูมิต้องดูเครื่องหมาย CI, HI หรือ HRO ของรองเท้าทั้งรุ่นร่วมด้วย ไม่ควรพิจารณาจากหัวคอมโพสิตเพียงอย่างเดียว

เหมาะกับงานที่ต้องเดินมาก

น้ำหนักที่ลดลงอาจช่วยให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น โดยเฉพาะพนักงานคลังสินค้า โลจิสติกส์ ศูนย์กระจายสินค้า หรือช่างที่ต้องเดินตรวจพื้นที่ตลอดวัน

อย่างไรก็ตาม ความเมื่อยล้ายังขึ้นอยู่กับความพอดีของไซซ์ ความยืดหยุ่น พื้นรองรับแรงกระแทก น้ำหนักรวม และลักษณะพื้นหน้างานด้วย

ข้อจำกัดที่ควรรู้

ความเสียหายอาจสังเกตได้ยาก

หัวคอมโพสิตอาจเกิดรอยร้าวภายในหลังได้รับแรงกระแทกรุนแรง แม้ด้านนอกของรองเท้ายังดูปกติ จึงควรเปลี่ยนรองเท้าหลังเกิดเหตุที่อาจกระทบโครงสร้างหัวป้องกัน

ไม่ได้ป้องกันหลังเท้าทั้งหมด

หัวป้องกันครอบคลุมบริเวณนิ้วเท้าเป็นหลัก หากมีความเสี่ยงจากวัตถุหนักตกบริเวณหลังเท้า อาจต้องใช้รองเท้าที่มี Metatarsal Protection เพิ่มเติม

ไม่ได้แปลว่าป้องกันไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ

การไม่มีโลหะไม่ได้ทำให้รองเท้ากลายเป็นรองเท้าป้องกันไฟฟ้า ต้องตรวจสอบมาตรฐานและเครื่องหมายเฉพาะ เช่น คุณสมบัติ ESD, EH หรือรองเท้าฉนวนไฟฟ้า ตามความเสี่ยงของงาน

ไม่สามารถป้องกันได้ทุกแรงกระแทก

มาตรฐานเป็นระดับขั้นต่ำสำหรับการทดสอบในเงื่อนไขที่กำหนด หากแรงกระแทกสูงมากผิดปกติ หรือถูกหนีบจากด้านข้าง รองเท้ายังไม่สามารถป้องกันการบาดเจ็บได้ทั้งหมด

อ่านค่ามาตรฐานบนรองเท้าอย่างไร?

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้ EN ISO 20345 แบ่งระดับการป้องกันหลายประเภท เครื่องหมายที่พบได้บ่อย ได้แก่

เครื่องหมายความหมายโดยสรุป
SBการป้องกันพื้นฐานและมีหัวป้องกันนิ้วเท้า
S1คุณสมบัติพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น ปิดส้นและดูดซับแรงบริเวณส้น
S1Pระดับ S1 พร้อมแผ่นป้องกันการเจาะทะลุตามมาตรฐานรุ่นเดิม
S1PL / S1PSระดับ S1 พร้อมการป้องกันการเจาะทะลุตามรูปแบบการทดสอบที่กำหนดในมาตรฐานใหม่
S2เพิ่มคุณสมบัติส่วนบนรองเท้าต้านการซึมและดูดซึมน้ำ
S3ระดับ S2 พร้อมการป้องกันการเจาะทะลุและพื้นดอกยางตามมาตรฐานรุ่นเดิม
S3L / S3Sระดับ S2 พร้อมการป้องกันการเจาะทะลุตามมาตรฐานใหม่
SRผ่านข้อกำหนดเสริมด้านการกันลื่น
FOพื้นรองเท้าทนน้ำมันเชื้อเพลิง
HROพื้นชั้นนอกทนความร้อนจากการสัมผัส
CIฉนวนของพื้นรองเท้าต่อความเย็น
HIฉนวนของพื้นรองเท้าต่อความร้อน
ESDช่วยควบคุมการคายประจุไฟฟ้าสถิตตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

เครื่องหมายแต่ละตัวไม่ได้เหมาะกับทุกงาน ควรเลือกจากการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่เลือกคู่ที่มีตัวอักษรมากที่สุด

รองเท้าหัวคอมโพสิตปลอดภัยไหม

งานแบบไหนเหมาะกับหัวคอมโพสิต?

รองเท้าประเภทนี้มักตอบโจทย์งานดังต่อไปนี้

  • งานคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า
  • งานโลจิสติกส์และขนส่ง
  • งานผลิตหรือประกอบชิ้นส่วน
  • งานซ่อมบำรุง
  • งานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
  • งานที่ต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน
  • พื้นที่ควบคุมวัสดุแม่เหล็ก
  • จุดตรวจที่ต้องผ่านเครื่องตรวจโลหะ
  • ห้องเย็นหรือพื้นที่อุณหภูมิต่ำ เมื่อรองเท้ามีคุณสมบัติเสริมเหมาะสม

สำหรับงานก่อสร้าง งานเชื่อม พื้นที่มีของมีคม งานสารเคมี หรืองานเกี่ยวกับไฟฟ้า ต้องตรวจสอบคุณสมบัติอื่นของรองเท้าเพิ่มเติม ไม่ควรดูเฉพาะวัสดุหัวป้องกัน

HowTo: วิธีเลือกรองเท้าหัวคอมโพสิตให้เหมาะกับงาน

ขั้นตอนที่ 1: ประเมินอันตรายในพื้นที่ทำงาน

ตรวจสอบว่ามีความเสี่ยงจากวัตถุตก ของหนักกลิ้งทับ ของมีคมแทงพื้น พื้นลื่น สารเคมี ความร้อน ความเย็น หรือไฟฟ้าหรือไม่

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจมาตรฐานของรองเท้า

มองหาเครื่องหมาย EN ISO 20345 และตรวจว่ารองเท้ารุ่นนั้นได้รับการรับรองตามมาตรฐานใด ไม่ควรเชื่อเพียงคำว่า “หัวคอมโพสิต” บนโฆษณา

ขั้นตอนที่ 3: เลือกระดับความปลอดภัย

งานในพื้นที่แห้งอาจใช้ S1 หรือ S1PS ส่วนงานที่มีความชื้นและเสี่ยงเหยียบของมีคมอาจต้องพิจารณา S3 หรือ S3S ทั้งนี้ต้องอ้างอิงการประเมินความเสี่ยงของหน้างาน

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจเครื่องหมายเสริม

เลือก SR, HRO, CI, HI, ESD หรือคุณสมบัติอื่นตามสภาพแวดล้อม อย่าสรุปว่าหัวคอมโพสิตสามารถทดแทนคุณสมบัติเหล่านี้ได้

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจว่าเป็น Metal Free ทั้งคู่หรือไม่

หากพื้นที่ห้ามโลหะ ต้องตรวจหัวป้องกัน แผ่นกันของมีคม ตาไก่ ซิป และส่วนประกอบอื่น ไม่ควรดูเฉพาะหัวรองเท้า

ขั้นตอนที่ 6: ทดลองไซซ์พร้อมถุงเท้าทำงาน

รองเท้าควรมีพื้นที่ให้นิ้วขยับได้เล็กน้อย ส้นไม่หลุด และไม่บีบด้านข้าง ควรทดลองในช่วงเวลาที่เท้ามีขนาดใกล้เคียงกับตอนทำงานจริง

ขั้นตอนที่ 7: เปรียบเทียบน้ำหนักและความสบาย

ตรวจน้ำหนักรองเท้าทั้งคู่ ความยืดหยุ่น พื้นรองรับแรงกระแทก และการระบายอากาศ เพราะหัวคอมโพสิตไม่ได้รับประกันว่ารองเท้าทั้งคู่จะเบาเสมอไป

ขั้นตอนที่ 8: ตรวจสอบก่อนใช้งานทุกวัน

ตรวจหารอยแตก พื้นแยก ดอกยางสึก ตะเข็บขาด หรือร่องรอยจากแรงกระแทก หากได้รับการกระแทกรุนแรงควรหยุดใช้และเปลี่ยนคู่ใหม่

เลือกรองเท้าหัวคอมโพสิต Parade อย่างไร?

Parade มีรองเท้าเซฟตี้หลายรุ่นที่ใช้หัวคอมโพสิต โดยระดับการป้องกันและส่วนประกอบของแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน บางรุ่นเป็น S1PS สำหรับพื้นที่แห้งและงานที่ต้องการความคล่องตัว ขณะที่บางรุ่นเป็น S3S สำหรับงานที่มีความชื้นและความเสี่ยงจากของมีคมใต้ฝ่าเท้า

ก่อนเลือกควรตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้จากหน้าสินค้าหรือเอกสารประจำรุ่น

  • มาตรฐาน EN ISO 20345 ที่ระบุ
  • ระดับ S1PS, S3S หรือระดับอื่น
  • วัสดุหัวป้องกัน
  • ชนิดของแผ่นกันของมีคม
  • เครื่องหมาย SR, FO, HRO, CI, HI หรือ ESD
  • น้ำหนักต่อข้างในไซซ์อ้างอิง
  • งานที่ผู้ผลิตแนะนำ
  • ช่วงไซซ์และรูปทรงหน้าเท้า

รองเท้า Parade ที่มีหัวคอมโพสิตและแผ่นกันของมีคมแบบไม่ใช่โลหะบางรุ่นสามารถระบุคุณสมบัติ Non-magnetic หรือ Metal Free ได้ แต่ควรตรวจสเปกแยกเป็นรายรุ่น ไม่ควรใช้คุณสมบัติของรุ่นหนึ่งแทนทุกรุ่นในแบรนด์

ควรเปลี่ยนรองเท้าเมื่อใด?

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีอายุการใช้งานตายตัวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับสภาพงาน ความถี่ในการใช้ น้ำหนักตัว วิธีเดิน และการดูแล

ควรหยุดใช้หรือพิจารณาเปลี่ยนเมื่อพบว่า

  • รองเท้าได้รับแรงกระแทกรุนแรง
  • หัวรองเท้าเสียรูปหรือมีรอยผิดปกติ
  • พื้นรองเท้าแตก แยก หรือสึกจนดอกยางหาย
  • แผ่นรองหรือโครงสร้างภายในเคลื่อนตำแหน่ง
  • ส่วนบนฉีกจนสิ่งสกปรกหรือน้ำเข้าได้
  • รองเท้ากันลื่นได้น้อยลงอย่างชัดเจน
  • สารเคมีหรือน้ำมันทำให้วัสดุเสื่อม
  • ไม่สามารถยืนยันความสมบูรณ์ของหัวป้องกันได้

ไม่ควรเจาะ ตัด ดัด หรือซ่อมบริเวณหัวป้องกันด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้โครงสร้างไม่สามารถป้องกันได้ตามที่ออกแบบไว้

สรุป

รองเท้าหัวคอมโพสิตมีความปลอดภัยและรับแรงกระแทกได้ดี หากรองเท้ารุ่นนั้นผ่านมาตรฐาน EN ISO 20345 ซึ่งกำหนดให้หัวป้องกันทนแรงกระแทกอย่างน้อย 200 จูล และแรงบีบอัดอย่างน้อย 15 กิโลนิวตัน

เมื่อผ่านมาตรฐานเดียวกัน หัวคอมโพสิตและหัวเหล็กต้องให้การป้องกันตามเกณฑ์เดียวกัน ความแตกต่างอยู่ที่น้ำหนัก คุณสมบัติแม่เหล็ก การนำอุณหภูมิ รูปทรง และลักษณะความเสียหายหลังถูกกระแทก

สำหรับรองเท้าเซฟตี้ Parade ควรเลือกรุ่นโดยดูมาตรฐานและรหัสการป้องกันทั้งหมด ไม่ใช่ดูเพียงคำว่าหัวคอมโพสิต เพื่อให้รองเท้ารองรับทั้งแรงกระแทก พื้นหน้างาน และความเสี่ยงเฉพาะของอาชีพได้อย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย

1. รองเท้าหัวคอมโพสิตปลอดภัยจริงไหม?

ปลอดภัยหากรองเท้าผ่านมาตรฐาน EN ISO 20345 และเลือกระดับให้เหมาะกับงาน คำว่าหัวคอมโพสิตเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้

2. หัวคอมโพสิตรับแรงกระแทกได้กี่จูล?

รองเท้าเซฟตี้ที่ผ่าน ISO 20345 ต้องมีหัวป้องกันนิ้วเท้าที่ทนแรงกระแทกอย่างน้อย 200 จูล และแรงบีบอัดอย่างน้อย 15 กิโลนิวตัน

3. หัวคอมโพสิตแข็งแรงเท่าหัวเหล็กไหม?

หากผ่านมาตรฐานเดียวกัน ทั้งสองชนิดต้องผ่านเกณฑ์การทดสอบเดียวกัน แต่พฤติกรรมเมื่อเจอแรงเกินมาตรฐานอาจแตกต่างกัน

4. หัวคอมโพสิตเบากว่าหัวเหล็กเสมอหรือไม่?

ตัวหัวคอมโพสิตมักมีน้ำหนักเบากว่า แต่รองเท้าทั้งคู่อาจไม่ได้เบากว่าเสมอ เพราะน้ำหนักรวมยังมาจากพื้น หนัง และส่วนประกอบอื่น

5. รองเท้าหัวคอมโพสิตผ่านเครื่องตรวจโลหะได้ไหม?

ตัวหัวป้องกันไม่มีโลหะ แต่ต้องตรวจส่วนประกอบอื่น เช่น แผ่นกันของมีคม ตาไก่ และซิป หากต้องผ่านเครื่องตรวจควรเลือกรุ่นที่ระบุ Metal Free หรือ Non-magnetic อย่างชัดเจน

6. หัวคอมโพสิตป้องกันไฟฟ้าได้หรือไม่?

การไม่มีโลหะไม่ได้หมายความว่าป้องกันไฟฟ้าได้ ต้องเลือกรองเท้าที่มีมาตรฐานหรือเครื่องหมายสำหรับความเสี่ยงด้านไฟฟ้าโดยเฉพาะ

7. หลังของหนักตกใส่รองเท้ายังใช้ต่อได้ไหม?

ควรหยุดใช้และตรวจสอบตามคำแนะนำของผู้ผลิต หากแรงกระแทกรุนแรงหรือไม่สามารถยืนยันสภาพหัวป้องกันได้ ควรเปลี่ยนคู่ใหม่ แม้ภายนอกยังไม่เห็นความเสียหาย

8. รองเท้า Parade หัวคอมโพสิตเหมาะกับงานอะไร?

ขึ้นอยู่กับรุ่นและรหัสมาตรฐาน โดยทั่วไปมีรุ่นสำหรับโลจิสติกส์ อุตสาหกรรม ซ่อมบำรุง ก่อสร้าง และงานที่ต้องการคุณสมบัติ Non-magnetic ควรตรวจสเปกของแต่ละรุ่นก่อนเลือก

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

#รองเท้าหัวคอมโพสิต #รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้Parade #ParadeSafety #รองเท้าหัวคอมโพสิตปลอดภัยไหม #หัวคอมโพสิต #รองเท้าหัวเหล็ก #รองเท้านิรภัย #รองเท้าเซฟตี้น้ำหนักเบา #CompositeToe #SafetyShoes

แชร์:

บทความเพิ่มเติม