☰

Checklist เลือกรองเท้า EH สำหรับองค์กรและโรงงาน


รองเท้า EH (Electrical Hazard Safety Shoes) เป็นรองเท้านิรภัยที่ออกแบบให้มีคุณสมบัติต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านรองเท้าภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดูดโดยไม่ตั้งใจในฐานะอุปกรณ์ป้องกันเสริม การเลือกรองเท้า EH สำหรับองค์กรและโรงงานควรตรวจสอบมาตรฐาน ASTM F2413 ที่ระบุคุณสมบัติ EH ประเมินความเสี่ยงของงาน ตรวจสอบพื้นรองเท้า ความพอดีกับเท้า ความทนทาน และเอกสารผลการทดสอบจากผู้ผลิต โดยต้องไม่ใช้รองเท้า EH แทนอุปกรณ์ฉนวนไฟฟ้าที่ออกแบบสำหรับการทำงานกับวงจรที่ยังมีกระแสไฟฟ้า

รองเท้า EH คืออะไร? ทำไมองค์กรต้องเลือกให้ถูกประเภท

ในโรงงานอุตสาหกรรม ความเสี่ยงจากไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะช่างไฟฟ้าเท่านั้น พนักงานซ่อมบำรุง วิศวกร และผู้ที่ทำงานใกล้เครื่องจักรหรือระบบไฟฟ้าบางประเภทก็อาจมีความเสี่ยงเช่นกัน

รองเท้า EH หรือ Electrical Hazard Safety Shoes จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลประเภทหนึ่งที่องค์กรควรนำมาพิจารณาเมื่อผลการประเมินความเสี่ยงระบุว่าจำเป็น

จุดสำคัญของรองเท้าประเภทนี้คือการออกแบบให้จำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้าผ่านรองเท้าภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด โดยรองเท้าที่มีเครื่องหมาย EH ตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องจะผ่านการประเมินคุณสมบัติต้านทานอันตรายจากไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม รองเท้า EH ไม่ใช่รองเท้าที่ทำให้ผู้สวมใส่ปลอดภัยจากไฟฟ้าทุกระดับ และไม่สามารถใช้แทนมาตรการตัดแยกพลังงาน การตรวจยืนยันว่าไม่มีแรงดันไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าชนิดอื่นได้

สำหรับองค์กรที่ต้องจัดซื้อรองเท้าเซฟตี้จำนวนมาก การเลือกให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้ PPE ผิดประเภท และช่วยให้สามารถกำหนดมาตรฐานรองเท้าสำหรับพนักงานแต่ละกลุ่มได้อย่างชัดเจน

รองเท้า EH ต่างจาก ESD และรองเท้าฉนวนไฟฟ้าอย่างไร?

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือการเรียกรองเท้า EH และ ESD ว่าเป็นรองเท้ากันไฟฟ้าเหมือนกัน ทั้งที่วัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน

ประเภทจุดประสงค์หลักลักษณะการใช้งาน
EH (Electrical Hazard)ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดูดโดยไม่ตั้งใจ ด้วยคุณสมบัติต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้างานที่ประเมินว่าต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันเสริมด้านไฟฟ้า
ESD (Electrostatic Discharge)ควบคุมการคายประจุไฟฟ้าสถิตเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์โรงงานอิเล็กทรอนิกส์และพื้นที่ควบคุม ESD
SD (Static Dissipative)ระบายประจุไฟฟ้าสถิตอย่างควบคุมพื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านไฟฟ้าสถิต
Electrical Insulating Footwearให้การป้องกันด้วยฉนวนไฟฟ้าตามระดับที่ผ่านการทดสอบเฉพาะงานไฟฟ้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ฉนวนตามระดับแรงดันและขั้นตอนความปลอดภัย

ข้อควรจำ: รองเท้า ESD หรือ SD ไม่ได้ใช้แทนรองเท้า EH ได้โดยอัตโนมัติ และรองเท้า EH ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ควบคุม ESD ในระบบโรงงานอิเล็กทรอนิกส์

หากพื้นที่ทำงานมีทั้งความเสี่ยงไฟฟ้าดูดและข้อกำหนดควบคุมไฟฟ้าสถิต ต้องให้ผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยประเมินและกำหนดแนวทางป้องกันที่เหมาะสม ไม่ควรตัดสินใจจากชื่อประเภทของรองเท้าเพียงอย่างเดียว

Checklist 12 ข้อ เลือกรองเท้า EH สำหรับองค์กรและโรงงาน

Checklist ต่อไปนี้สามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับฝ่ายจัดซื้อ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้บริหารโรงงานก่อนเปรียบเทียบสินค้าและสั่งซื้อจำนวนมาก

1. ประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ทำงานก่อน

ก่อนเลือกซื้อรองเท้า EH ควรตอบให้ได้ว่าพนักงานจะนำรองเท้าไปใช้งานในพื้นที่ลักษณะใด และมีความเสี่ยงเกี่ยวกับไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด

ตัวอย่างพื้นที่ที่ควรนำมาประเมิน ได้แก่ ห้องควบคุมไฟฟ้า พื้นที่ซ่อมบำรุงเครื่องจักร บริเวณอุปกรณ์ไฟฟ้า และพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีระบบไฟฟ้าอยู่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าพนักงานทุกคนที่ทำงานใกล้ระบบไฟฟ้าจะต้องใช้รองเท้า EH เหมือนกันทั้งหมด เพราะประเภท PPE ต้องอ้างอิงจากผลการประเมินความเสี่ยงของงานจริง

2. ตรวจสอบมาตรฐาน ASTM F2413 และเครื่องหมาย EH

รองเท้าที่องค์กรต้องการใช้เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าควรมีหลักฐานแสดงคุณสมบัติตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในมาตรฐานที่ใช้กันคือ ASTM F2413 ซึ่งครอบคลุมข้อกำหนดด้านประสิทธิภาพของรองเท้านิรภัย รวมถึงคุณสมบัติต้านทานอันตรายจากไฟฟ้า

ตัวอย่างข้อมูลที่อาจพบในเครื่องหมายรองเท้า ได้แก่

  • ASTM F2413-24
  • I/C สำหรับคุณสมบัติป้องกันแรงกระแทกและแรงกดบริเวณหัวรองเท้า
  • EH สำหรับคุณสมบัติต้านทานอันตรายจากไฟฟ้า

การมีข้อความ ASTM F2413 เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ารองเท้ารุ่นนั้นผ่านข้อกำหนด EH ต้องตรวจสอบรหัสคุณสมบัติบนรองเท้าและเอกสารประกอบให้ตรงกัน

3. ตรวจสอบรายละเอียดการทดสอบทางไฟฟ้า

รองเท้า EH ที่ผ่านข้อกำหนด ASTM มีการทดสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าภายใต้สภาวะห้องปฏิบัติการ

การทดสอบ EH ตามข้อกำหนดที่ใช้กันมีการจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ 18,000 โวลต์ เป็นเวลา 1 นาที และตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่วตามเกณฑ์

ตัวเลข 18,000 โวลต์เป็นแรงดันทดสอบในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่แรงดันไฟฟ้าที่อนุญาตให้สวมรองเท้าเข้าไปทำงานได้อย่างปลอดภัย

การเลือกอุปกรณ์สำหรับงานไฟฟ้าต้องอ้างอิงการประเมินความเสี่ยง วิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย และข้อกำหนดของอุปกรณ์ป้องกันแต่ละประเภทเสมอ

4. เลือกพื้นรองเท้าให้เหมาะกับสภาพหน้างาน

นอกจากคุณสมบัติ EH แล้ว พื้นรองเท้าควรเหมาะกับสภาพแวดล้อมของโรงงานด้วย

ตัวอย่างเช่น พื้นโรงงานที่อาจมีน้ำมันต้องพิจารณาความทนทานต่อน้ำมันและการยึดเกาะ ส่วนพื้นที่ที่มีการเดินเป็นระยะทางมากควรพิจารณาความสบายและความทนทานต่อการสึกหรอ

อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติทนน้ำมันและกันลื่นไม่ใช่สิ่งเดียวกัน จึงควรตรวจสอบผลการทดสอบแต่ละด้านแยกกัน

5. ตรวจสอบความเสี่ยงจากน้ำและความชื้น

รองเท้า EH มีข้อจำกัดสำคัญเมื่ออยู่ในสภาพเปียกชื้น

หากน้ำเข้าสู่รองเท้า พื้นรองเท้าสึกจนเสียหาย หรือมีวัสดุนำไฟฟ้าฝังอยู่ในพื้นรองเท้า ประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงไฟฟ้าดูดอาจลดลงอย่างมาก

สำหรับงานไฟฟ้าในพื้นที่เปียกหรือมีน้ำขัง ไม่ควรสรุปว่ารองเท้า EH ใช้งานได้เพียงเพราะรองเท้าระบุว่ากันน้ำ ต้องประเมินความเสี่ยงและเลือกอุปกรณ์ป้องกันเฉพาะงานตามข้อกำหนดที่เหมาะสม

6. พิจารณาหัวรองเท้านิรภัย

โรงงานที่มีความเสี่ยงจากวัสดุหรือเครื่องมือตกใส่เท้า ควรเลือกหัวรองเท้าที่ผ่านมาตรฐานป้องกันแรงกระแทกและแรงกด

หัวรองเท้าอาจทำจากเหล็กหรือวัสดุคอมโพสิต ขึ้นอยู่กับการออกแบบของผู้ผลิต

รองเท้าหัวเหล็กไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถผ่าน EH ได้เสมอไป สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่า รองเท้าทั้งคู่ผ่านการทดสอบตามข้อกำหนด EH ไม่ใช่พิจารณาจากวัสดุหัวรองเท้าเพียงส่วนเดียว

7. ตรวจสอบคุณสมบัติกันลื่นให้เหมาะกับพื้นจริง

การเดินบนพื้นคอนกรีต พื้นเคลือบ หรือพื้นโรงงานที่อาจมีคราบน้ำมันมีความเสี่ยงแตกต่างกัน

จึงควรตรวจสอบว่ารองเท้ามีผลการทดสอบการกันลื่นตามมาตรฐานใด และเงื่อนไขการทดสอบสอดคล้องกับลักษณะพื้นที่หรือไม่

รองเท้าที่ผ่านการทดสอบกันลื่นไม่ได้หมายความว่าจะไม่ลื่นในทุกสภาพพื้นผิว โดยเฉพาะพื้นเปียกน้ำมันหรือมีสารเคมีหก

8. เลือกรองเท้าที่สวมใส่ได้สบายตลอดกะ

พนักงานในโรงงานบางตำแหน่งต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานาน รองเท้าที่แข็งเกินไป บีบหน้าเท้า หรือมีขนาดไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดความไม่สบายระหว่างทำงาน

ก่อนจัดซื้อจำนวนมาก ควรให้พนักงานทดลองสวมใส่จริง พร้อมประเมินความกว้างหน้าเท้า น้ำหนักรองเท้า ความกระชับบริเวณส้นเท้า และการรองรับแรงกระแทกขณะเดิน

9. ตรวจสอบความทนทานและอายุการใช้งาน

รองเท้า EH ต้องได้รับการดูแลเหมือน PPE ประเภทอื่น

หากพื้นรองเท้าแตก ฉีกขาด แยกชั้น หรือมีวัสดุแหลมคมฝังอยู่ ไม่ควรใช้งานต่อจนกว่าจะได้รับการประเมินตามคำแนะนำของผู้ผลิตและผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัย

องค์กรควรกำหนดแนวทางตรวจสอบและเปลี่ยนรองเท้าตามสภาพการใช้งานจริง ไม่ใช้ระยะเวลาเพียงอย่างเดียวเป็นตัวตัดสิน

10. ตรวจสอบเอกสารจากผู้ผลิต

ก่อนอนุมัติสั่งซื้อ ควรขอเอกสารประกอบให้ครบถ้วน เช่น

  • เอกสารข้อมูลทางเทคนิค (Technical Datasheet)
  • รายละเอียดมาตรฐานและรหัสคุณสมบัติ EH
  • รายงานผลการทดสอบหรือหลักฐานการรับรองที่เกี่ยวข้อง
  • คู่มือการใช้งานและการดูแลรักษา
  • ข้อมูลรุ่น ขนาด และผู้ผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ควรตรวจสอบชื่อรุ่นในเอกสารให้ตรงกับรองเท้าที่จะสั่งซื้อจริง ไม่ใช้เอกสารของรองเท้ารุ่นใกล้เคียงแทน

เลือกรองเท้า EH สำหรับองค์กร

11. ทดลองใช้งานก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก

หากองค์กรต้องซื้อรองเท้าหลายสิบหรือหลายร้อยคู่ ควรคัดเลือกรุ่นที่ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยแล้วให้พนักงานทดลองสวมใส่

การทดลองสามารถเก็บความคิดเห็นเรื่องความกระชับ ความสบาย การเดิน และความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ได้ โดยไม่ใช้การทดลองสวมใส่เป็นเครื่องยืนยันคุณสมบัติทางไฟฟ้าแทนการทดสอบมาตรฐาน

12. พิจารณาต้นทุนรวมและการจัดซื้อระยะยาว

ราคาต่อคู่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนรองเท้าเซฟตี้สำหรับองค์กร

ควรพิจารณาความพร้อมของไซซ์รองเท้า ระยะเวลาจัดส่ง เงื่อนไขการเปลี่ยนสินค้า การรับประกัน และความต่อเนื่องของรุ่นที่สามารถสั่งซื้อได้

หากต้องเปลี่ยนรองเท้าให้พนักงานเป็นประจำ การเลือกผู้จัดจำหน่ายที่มีข้อมูลสินค้าและบริการหลังการขายชัดเจนจะช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อวางแผนได้สะดวกขึ้น

ตาราง Checklist สำหรับฝ่ายจัดซื้อและ จป. ก่อนอนุมัติรองเท้า EH

สามารถนำตารางนี้ไปใช้ประกอบการประเมินผู้ขายหรือจัดทำเอกสารตรวจรับสินค้าได้

รายการตรวจสอบผ่านไม่ผ่าน
มีผลประเมินความเสี่ยงของตำแหน่งงาน☐☐
มาตรฐานรองเท้าตรงกับข้อกำหนดองค์กร☐☐
มีเครื่องหมาย EH และเอกสารยืนยัน☐☐
ตรวจสอบรหัสรุ่นและเอกสารตรงกัน☐☐
มีคุณสมบัติป้องกันแรงกระแทกตามที่ต้องการ☐☐
พื้นรองเท้าเหมาะกับพื้นโรงงาน☐☐
มีข้อมูลการทนน้ำมันหรือกันลื่นตามที่ต้องการ☐☐
ประเมินข้อจำกัดด้านความชื้นแล้ว☐☐
พนักงานทดลองขนาดและความพอดี☐☐
มีคู่มือดูแลและตรวจสอบรองเท้า☐☐
เงื่อนไขรับประกันและเปลี่ยนสินค้าเหมาะสม☐☐
มีข้อมูลจัดซื้อและการเติมสต็อกต่อเนื่อง☐☐

หมายเหตุ: การประเมินต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่จำเป็นทั้งหมดก่อน จึงค่อยเปรียบเทียบด้านราคา ความสบาย และบริการ ไม่ควรใช้คะแนนรวมมาชดเชยข้อกำหนดความปลอดภัยที่ไม่ผ่าน

รองเท้า EH เหมาะกับพนักงานตำแหน่งใดในโรงงาน?

ไม่ใช่ทุกตำแหน่งงานต้องใช้รองเท้าประเภทเดียวกัน การแบ่งกลุ่มพนักงานตามลักษณะความเสี่ยงช่วยให้การกำหนดคุณสมบัติรองเท้ามีความชัดเจนมากขึ้น

กลุ่มงานประเด็นที่ต้องประเมินแนวทางเลือกรองเท้า
ช่างซ่อมบำรุงไฟฟ้า เครื่องมือ และชิ้นส่วนตกหล่นพิจารณา EH ร่วมกับคุณสมบัติป้องกันแรงกระแทกตามผลประเมิน
ช่างไฟฟ้าลักษณะงาน วงจรและระดับแรงดันเลือก PPE ตามแผนความปลอดภัยไฟฟ้า โดย EH เป็นได้เพียงการป้องกันเสริม
วิศวกรโรงงานการเข้าพื้นที่เครื่องจักรและห้องไฟฟ้าเลือกรองเท้าตามข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่
พนักงานผลิตเครื่องจักร วัสดุตกหล่น พื้นลื่นพิจารณาคุณสมบัติด้านกลไกและไฟฟ้าตามความเสี่ยงจริง
พนักงานคลังสินค้ารถยก สินค้าหล่น วัตถุแหลมคมเน้นคุณสมบัติที่สอดคล้องกับอันตรายในคลังสินค้า
พนักงานอิเล็กทรอนิกส์การสะสมประจุไฟฟ้าสถิตพิจารณาระบบ ESD/SD ตามข้อกำหนด ไม่ใช้ EH แทนโดยอัตโนมัติ

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันให้เหมาะกับตำแหน่งงานมีความสำคัญกว่าการกำหนดให้พนักงานทุกคนสวมรองเท้า EH รุ่นเดียวกัน เพราะบางพื้นที่อาจมีความเสี่ยงด้านไฟฟ้าสถิตที่ต้องจัดการด้วยวิธีแตกต่างออกไป

HowTo: วิธีเลือกรองเท้า EH สำหรับจัดซื้อเข้าบริษัทอย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจตำแหน่งงานและความเสี่ยง

ให้ฝ่ายความปลอดภัยร่วมกับหัวหน้างานประเมินลักษณะการทำงาน อันตรายจากไฟฟ้า และความเสี่ยงอื่นที่เท้าต้องเผชิญ

ขั้นตอนที่ 2: จัดทำข้อกำหนดรองเท้าที่ต้องการ

กำหนดมาตรฐาน EH และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยอื่นตามผลประเมิน เช่น การป้องกันแรงกระแทก การกันลื่น หรือความทนทานต่อสภาพแวดล้อม

ขั้นตอนที่ 3: คัดเลือกรุ่นและตรวจสอบเอกสาร

ขอข้อมูลทางเทคนิค รูปเครื่องหมายมาตรฐาน และหลักฐานการทดสอบจากผู้จำหน่าย พร้อมตรวจสอบความตรงกันของชื่อรุ่น

ขั้นตอนที่ 4: จัดตัวอย่างให้พนักงานทดลองสวม

ประเมินขนาด ความกระชับ น้ำหนัก ความสบาย และการใช้งานในสภาพการทำงานปกติ โดยไม่ทดสอบสัมผัสไฟฟ้าจริง

ขั้นตอนที่ 5: เปรียบเทียบต้นทุนและเงื่อนไขการจัดซื้อ

เปรียบเทียบราคาต่อคู่ การรับประกัน การเปลี่ยนไซซ์ ความพร้อมของสินค้า และการจัดส่ง ก่อนอนุมัติการสั่งซื้อ

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจรับและแจกจ่ายรองเท้า

ตรวจสอบรุ่น ขนาด เครื่องหมายมาตรฐาน และสภาพรองเท้าก่อนส่งมอบให้พนักงาน พร้อมอธิบายวิธีใช้งานและข้อจำกัดของ EH

ขั้นตอนที่ 7: กำหนดแผนตรวจสอบและเปลี่ยนรองเท้า

ให้พนักงานตรวจสภาพก่อนใช้ และกำหนดกระบวนการแจ้งเปลี่ยนเมื่อรองเท้าชำรุด โดยบันทึกข้อมูลเพื่อช่วยวางแผนการจัดซื้อรอบถัดไป

ข้อผิดพลาดที่องค์กรควรหลีกเลี่ยงเมื่อซื้อรองเท้า EH

ข้อผิดพลาดผลกระทบแนวทางป้องกัน
เลือกจากคำว่า “กันไฟฟ้า” อย่างเดียวอาจได้รองเท้าผิดประเภทตรวจเครื่องหมาย EH และเอกสาร
สับสนระหว่าง EH กับ ESDไม่ตรงกับความเสี่ยงจริงประเมินลักษณะงานก่อนเลือก
คิดว่า EH ใช้แทน PPE ฉนวนได้เกิดความเสี่ยงไฟฟ้าดูดรุนแรงใช้ EH เป็นการป้องกันเสริมตามข้อกำหนด
ไม่พิจารณาพื้นเปียกหรือชื้นคุณสมบัติทางไฟฟ้าอาจลดลงประเมินสภาพแวดล้อมและข้อจำกัด
เลือกรองเท้าไม่พอดีสวมใส่ไม่สบายและทำงานไม่คล่องทดลองไซซ์ก่อนจัดซื้อ
ไม่ตรวจสภาพรองเท้าอาจใช้รองเท้าที่เสียหายจัดทำแนวทางตรวจและเปลี่ยน
ไม่ตรวจเอกสารของรุ่นจริงอาจได้รับสินค้าที่ไม่ตรงข้อกำหนดตรวจข้อมูลรุ่นและผลทดสอบให้ตรงกัน

ซื้อรองเท้า EH จำนวนมาก ควรเตรียมข้อมูลอะไรให้ผู้จำหน่าย?

ก่อนติดต่อผู้จำหน่าย องค์กรควรเตรียมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อช่วยให้การคัดเลือกรุ่นและขอใบเสนอราคาทำได้รวดเร็วขึ้น

ข้อมูลที่ควรเตรียม ได้แก่ จำนวนพนักงาน แยกตามตำแหน่งงาน ช่วงไซซ์รองเท้าที่ต้องการ ลักษณะพื้นโรงงาน ข้อกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัย งบประมาณ และกำหนดการใช้งาน

สำหรับองค์กรที่มีพนักงานหลายแผนก อาจจัดกลุ่มการจัดซื้อเป็นรองเท้า EH สำหรับตำแหน่งที่จำเป็น และรองเท้าเซฟตี้ประเภทอื่นสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแตกต่างกัน โดยอ้างอิงการประเมินความเสี่ยง

วิธีนี้ช่วยลดโอกาสซื้อสินค้าไม่ตรงกับหน้างาน และทำให้การบริหารสต็อก PPE ของบริษัทมีความเป็นระบบมากขึ้น

สรุป: เลือกรองเท้า EH ให้เหมาะกับองค์กร ต้องดูมากกว่าราคาและมาตรฐานบนฉลาก

การเลือกรองเท้า EH สำหรับโรงงานควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงจริงของพนักงาน ตรวจสอบคุณสมบัติ EH และหลักฐานการทดสอบ จากนั้นจึงพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ความสบาย ความทนทาน และการจัดซื้อระยะยาว

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่ารองเท้า EH มีหน้าที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันเสริม ไม่ใช่อุปกรณ์ที่รับประกันความปลอดภัยเมื่อต้องสัมผัสไฟฟ้า และไม่สามารถใช้แทนรองเท้าฉนวนไฟฟ้าสำหรับงานเฉพาะทางได้

หากองค์กรกำลังจัดซื้อรองเท้าเซฟตี้ EH จำนวนมาก ควรให้ฝ่ายจัดซื้อและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยร่วมกันกำหนดคุณสมบัติก่อนสั่งซื้อ เพื่อให้ได้รองเท้าที่เหมาะกับพนักงานและสอดคล้องกับมาตรการความปลอดภัยของโรงงาน

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

แหล่งอ้างอิงหลัก

แชร์:

บทความเพิ่มเติม