☰

รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่น เกิดจากอะไร? ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีระยะเวลาเปลี่ยนที่แน่นอนสำหรับทุกคน เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับความถี่ในการสวมใส่ สภาพแวดล้อม วัสดุพื้นรองเท้า และการดูแลรักษา การตรวจสอบสภาพรองเท้าเป็นประจำจึงสำคัญกว่าการนับอายุจากวันที่ซื้อ

รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่น เกิดจากอะไร?

รองเท้าเดินป่าสำหรับคนปวดส้นเท้า

รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ดอกยางสึก พื้นรองเท้าเสื่อมสภาพ มีคราบน้ำมันหรือสิ่งสกปรกสะสม รวมถึงการเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะกับพื้นผิวในการทำงาน หากพบว่าดอกยางสึกจนเรียบ พื้นรองเท้าแตกร้าว หรือทำความสะอาดแล้วแต่ยังลื่นผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าทันที

รองเท้าเซฟตี้ไม่มีระยะเวลาเปลี่ยนที่แน่นอนสำหรับทุกคน เพราะอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับความถี่ในการสวมใส่ สภาพแวดล้อม วัสดุพื้นรองเท้า และการดูแลรักษา การตรวจสอบสภาพรองเท้าเป็นประจำจึงสำคัญกว่าการนับอายุจากวันที่ซื้อ

ทำไมรองเท้าเซฟตี้ที่เคยกันลื่นได้ดี ถึงเริ่มลื่นเมื่อใช้งานไปนานๆ?

หลายคนอาจเคยเจอปัญหาว่า ตอนซื้อรองเท้าเซฟตี้มาใหม่ๆ เดินบนพื้นโรงงานได้มั่นคง แต่เมื่อใช้งานผ่านไปสักระยะ กลับรู้สึกว่ารองเท้าเกาะพื้นได้ไม่ดีเหมือนเดิม โดยเฉพาะเวลาเดินผ่านพื้นที่เปียก พื้นกระเบื้อง หรือบริเวณที่มีคราบน้ำมัน

ปัญหานี้ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าไม่มีคุณภาพเสมอไป แต่อาจเป็นผลจากการเสื่อมสภาพของวัสดุและการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง

พื้นรองเท้าเซฟตี้ถูกออกแบบให้ช่วยสร้างแรงเสียดทานระหว่างรองเท้ากับพื้นผิว โดยอาศัยทั้งลวดลายดอกยางและคุณสมบัติของวัสดุ เมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งเปลี่ยนไป ประสิทธิภาพในการยึดเกาะก็อาจลดลงได้

หน่วยงาน Health and Safety Executive (HSE) ของสหราชอาณาจักรอธิบายว่า การกันลื่นขึ้นอยู่กับทั้งลวดลายพื้นรองเท้าและวัสดุพื้น รวมถึงสภาพพื้นผิวและสิ่งปนเปื้อนที่พบในสถานที่ทำงาน

7 สาเหตุที่ทำให้รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่น

1. ดอกยางสึกจนพื้นรองเท้าเรียบ

ดอกยางเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้รองเท้าสัมผัสพื้นได้อย่างเหมาะสม และช่วยจัดการน้ำหรือสิ่งปนเปื้อนบางประเภทระหว่างเดิน

เมื่อดอกยางสึกจากการใช้งานเป็นเวลานาน ร่องดอกยางจะค่อยๆ ตื้นลงจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้เหมือนเดิม โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าและหน้าเท้าที่รับแรงเสียดสีบ่อยครั้ง

2. พื้นรองเท้าแข็งหรือเสื่อมสภาพ

วัสดุพื้นรองเท้า เช่น PU หรือยาง อาจเปลี่ยนสภาพเมื่อใช้งานหรือเก็บรักษาเป็นเวลานาน รวมถึงเมื่อสัมผัสความร้อน ความชื้น และสารเคมีที่ไม่เหมาะสม

หากพื้นรองเท้าแข็งผิดปกติ มีรอยแตกร้าว หรือแตกยุ่ย ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบ เพราะนอกจากเสี่ยงลื่นแล้ว ยังอาจส่งผลต่อความมั่นคงขณะเดิน

3. มีคราบน้ำมันหรือสารเคมีติดพื้นรองเท้า

พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม อู่ซ่อมรถ และคลังสินค้า อาจเดินผ่านพื้นที่ที่มีน้ำมัน จาระบี หรือสารเคมีตกค้างอยู่เป็นประจำ

คราบเหล่านี้สามารถทำให้พื้นรองเท้าลื่นขึ้นได้ แม้ว่าดอกยางยังอยู่ในสภาพดีก็ตาม จึงควรทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต

4. เลือกรองเท้าไม่เหมาะกับพื้นผิว

รองเท้าเซฟตี้แต่ละรุ่นมีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางรุ่นเหมาะกับพื้นคอนกรีตแห้ง ขณะที่บางรุ่นออกแบบมาสำหรับพื้นที่เปียกหรือมีสิ่งปนเปื้อนเฉพาะประเภท

รองเท้าที่กันลื่นได้ดีในสภาพหนึ่ง จึงอาจไม่เหมาะกับอีกสภาพหนึ่ง เช่น รองเท้าที่เกาะพื้นเปียกได้ดีอาจไม่ได้ให้ผลเหมือนกันบนพื้นเปื้อนน้ำมัน

5. มีเศษดิน ฝุ่น หรือวัสดุอุดตันร่องดอกยาง

สิ่งสกปรกที่สะสมในร่องดอกยางอาจลดประสิทธิภาพการยึดเกาะ โดยเฉพาะการทำงานในไซต์ก่อสร้างหรือพื้นที่ที่มีโคลนและเศษวัสดุ

การทำความสะอาดพื้นรองเท้าหลังใช้งานจึงช่วยลดปัญหาดอกยางอุดตันได้

6. พื้นรองเท้าสึกไม่เท่ากัน

บางคนมีลักษณะการเดินที่ทำให้ส้นเท้าด้านใดด้านหนึ่งสึกเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้รองเท้าสัมผัสพื้นได้ไม่สม่ำเสมอและอาจลดความมั่นคงระหว่างเดิน

หากพบว่าพื้นรองเท้าเอียงหรือสึกต่างกันมาก ควรตรวจสอบสภาพรองเท้าและพิจารณาเปลี่ยน

7. พื้นที่ทำงานเปียกหรือมีสิ่งปนเปื้อน

บางครั้งปัญหาไม่ได้มาจากรองเท้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากพื้นโรงงานที่มีน้ำ น้ำมัน ฝุ่นละเอียด หรือคราบน้ำยาทำความสะอาด

การใช้รองเท้าเซฟตี้กันลื่นจึงต้องทำควบคู่กับการรักษาความสะอาดและควบคุมความเสี่ยงของพื้นผิวในการทำงาน

รองเท้าพื้นลื่นแบบไหนควรทำความสะอาด และแบบไหนควรเปลี่ยน?

ตารางนี้ช่วยประเมินปัญหาที่พบได้เบื้องต้น

สภาพพื้นรองเท้าสาเหตุที่เป็นไปได้แนวทางแก้ไข
ดอกยางมีคราบดินสะสมสิ่งสกปรกอุดตันทำความสะอาดและตรวจสอบ
พื้นรองเท้ามีคราบน้ำมันสัมผัสสิ่งปนเปื้อนใช้น้ำยาที่ผู้ผลิตแนะนำ
ดอกยางสึกจนเรียบการเสียดสีจากการเดินเปลี่ยนรองเท้า
พื้นแข็งและแตกร้าววัสดุเสื่อมสภาพหยุดใช้และเปลี่ยน
พื้นรองเท้าหลุดล่อนโครงสร้างรองเท้าเสียหายหยุดใช้และเปลี่ยน
รองเท้าใหม่แต่ลื่นไม่เหมาะกับสภาพพื้นประเมินและเลือกรุ่นใหม่
ลื่นแม้ทำความสะอาดแล้วพื้นสึกหรือไม่เหมาะกับงานหยุดใช้เพื่อประเมินและเปลี่ยนตามความเหมาะสม

ข้อควรระวัง: ไม่ควรทดลองรองเท้าบนพื้นเปียกหรือน้ำมันด้วยการเดินให้ลื่นเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

รองเท้าเซฟตี้ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่? 7 สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ว่ารองเท้าเซฟตี้จะมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่ารองเท้าทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ตลอดไป

หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรหยุดใช้รองเท้าและประเมินเพื่อเปลี่ยนคู่ใหม่

  1. ดอกยางสึกจนเรียบ โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าหรือหน้าเท้า
  2. พื้นรองเท้าแตกร้าว มีรอยแยกหรือชิ้นส่วนหลุดออก
  3. พื้นรองเท้าแข็งผิดปกติ หรือมีลักษณะเปราะแตก
  4. รองเท้าลื่นบ่อยขึ้น แม้ทำความสะอาดแล้วและใช้งานในสภาพพื้นเดิม
  5. พื้นรองเท้าหลุดออกจากตัวรองเท้า หรือมีรอยแยกระหว่างพื้นกับส่วนบน
  6. รองเท้าสึกเอียงอย่างเห็นได้ชัด จนส่งผลต่อการเดิน
  7. ส่วนป้องกันอันตรายเสียหาย เช่น หัวรองเท้านิรภัยหรือโครงสร้างป้องกันถูกกระแทกรุนแรงจนสงสัยว่าไม่ปลอดภัย

การตรวจสอบรองเท้าก่อนใช้งานเป็นประจำเป็นแนวทางสำคัญในการค้นหารอยสึก รอยแตก และความเสียหายของรองเท้านิรภัย

รองเท้าเซฟตี้ใช้งานได้กี่เดือน หรือกี่ปี?

ไม่มีอายุการใช้งานที่แน่นอนซึ่งใช้ได้กับรองเท้าเซฟตี้ทุกประเภท เพราะความทนทานของรองเท้าขึ้นอยู่กับวัสดุ รูปแบบการทำงาน และสภาพแวดล้อม

ตัวอย่างเช่น พนักงานที่เดินบนพื้นคอนกรีตตลอดทั้งวัน อาจทำให้ดอกยางสึกเร็วกว่าพนักงานที่ทำงานประจำจุด ขณะที่ผู้ทำงานในบริเวณที่มีน้ำมันหรือสารเคมี อาจต้องตรวจสอบความเสื่อมสภาพของพื้นรองเท้าบ่อยเป็นพิเศษ

ลักษณะการใช้งานปัจจัยที่มีผลต่ออายุรองเท้าข้อแนะนำ
งานคลังสินค้าเดินต่อเนื่องบนพื้นแข็งตรวจดอกยางเป็นประจำ
งานก่อสร้างเศษวัสดุและพื้นขรุขระตรวจรอยบาดและการสึก
งานโรงงานผลิตน้ำมัน ความชื้น สารเคมีทำความสะอาดและตรวจวัสดุ
งานโลจิสติกส์เดินและยกของบ่อยตรวจส้นรองเท้าและดอกยาง
งานซ่อมบำรุงจาระบี น้ำมัน และพื้นเปียกเลือกรองเท้าตามความเสี่ยง

คำแนะนำ: ไม่จำเป็นต้องรอให้รองเท้าครบ 6 เดือนหรือ 1 ปีจึงค่อยเปลี่ยน หากรองเท้าเสียหายหรือสูญเสียคุณสมบัติด้านความปลอดภัย ควรเปลี่ยนก่อนถึงกำหนด โดยยึดคำแนะนำผู้ผลิตและผลการตรวจสภาพเป็นหลัก

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้กันลื่นให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงาน

การเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้คู่ใหม่ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคา รูปลักษณ์ หรือความสบายเท่านั้น แต่ควรดูคุณสมบัติการกันลื่นและประเภทงานประกอบกันด้วย

เปรียบเทียบพื้นรองเท้าเซฟตี้ PU และ Rubber

คุณสมบัติพื้น PUพื้น Rubber (ยาง)
น้ำหนักโดยทั่วไปค่อนข้างเบาแตกต่างตามสูตรและโครงสร้าง
ความยืดหยุ่นขึ้นอยู่กับชนิดและสูตรวัสดุขึ้นอยู่กับสูตรยาง
การกันลื่นขึ้นอยู่กับดอกยางและสูตร PUขึ้นอยู่กับดอกยางและสูตรยาง
ความทนต่อความร้อนมีข้อจำกัดตามรุ่นบางสูตรทนความร้อนได้สูง
งานที่เหมาะสมงานทั่วไปหรือคลังสินค้า ตามคุณสมบัติรุ่นงานอุตสาหกรรมตามคุณสมบัติรุ่น

การเลือกวัสดุอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะบอกว่ารองเท้าคู่ใดกันลื่นดีกว่า ควรตรวจสอบผลทดสอบและสภาพพื้นที่ใช้งานจริงด้วย

มาตรฐานรองเท้าเซฟตี้กันลื่น SR คืออะไร?

มาตรฐาน EN ISO 20345:2022 มีการปรับแนวทางการทดสอบความต้านทานการลื่นจากระบบเดิมที่ใช้รหัส SRA, SRB และ SRC

  • SRA, SRB, SRC: รหัสการทดสอบกันลื่นตามมาตรฐานรุ่นเก่า
  • SR: เครื่องหมายข้อกำหนดการทดสอบกันลื่นเพิ่มเติมบนพื้นกระเบื้องเซรามิกที่มีกลีเซอรีนตามมาตรฐานรุ่นปี 2022

สำหรับรองเท้าที่อ้างอิงมาตรฐานปี 2022 การทดสอบกันลื่นพื้นฐานเป็นข้อกำหนดอยู่แล้ว และเครื่องหมาย SR แสดงถึงการผ่านการทดสอบเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม เครื่องหมาย SR ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะป้องกันการลื่นได้ทุกสภาพพื้นผิว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีสารปนเปื้อนเฉพาะทาง

5 วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ไม่ให้พื้นลื่นเร็ว

การดูแลรองเท้าเซฟตี้อย่างเหมาะสมช่วยรักษาสภาพรองเท้าและลดปัจจัยที่ทำให้พื้นลื่นจากสิ่งปนเปื้อนได้

1. ทำความสะอาดพื้นรองเท้าหลังใช้งาน

ใช้แปรงขนนุ่มกำจัดดิน ฝุ่น และสิ่งสกปรกที่อุดตันดอกยาง หากสัมผัสน้ำมันหรือสารเคมีให้ใช้วิธีทำความสะอาดตามคำแนะนำผู้ผลิต

2. หลีกเลี่ยงความร้อนสูง

ไม่ควรนำรองเท้าไปตากใกล้เครื่องจักรที่มีความร้อนสูง หรืออบด้วยความร้อนโดยไม่มีคำแนะนำรองรับ เพราะอาจส่งผลต่อวัสดุพื้นรองเท้า

3. ตรวจดอกยางก่อนเริ่มงาน

สังเกตว่าดอกยางยังมีลวดลายชัดเจนหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณส้นเท้าและหน้าเท้าที่สัมผัสพื้นบ่อย

4. เลือกรองเท้าตามประเภทงาน

หากต้องทำงานในพื้นที่เปียกหรือมีน้ำมัน ควรเลือกรองเท้าที่มีข้อมูลการทดสอบความต้านทานการลื่นเหมาะกับสภาพพื้นจริง

5. เปลี่ยนรองเท้าเมื่อพบความเสียหาย

ไม่ควรฝืนใช้งานรองเท้าที่ดอกยางสึกหมด พื้นแตก หรือโครงสร้างเสียหาย เพราะการประหยัดค่าเปลี่ยนรองเท้าอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ

ทำไมการใช้รองเท้าเซฟตี้พื้นสึกต่อไปจึงเป็นความเสี่ยง?

อุบัติเหตุจากการลื่นล้มไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้สวมใส่รองเท้าเท่านั้น แต่ยังอาจกระทบต่อการทำงานภายในโรงงานได้ เช่น การหยุดงาน การบาดเจ็บจากการล้มชนอุปกรณ์ หรือการทำสิ่งของตกหล่น

โดยเฉพาะพนักงานที่ต้องเดินใกล้รถโฟล์คลิฟท์ เครื่องจักร หรือพื้นที่ยกระดับ การสูญเสียการทรงตัวแม้เพียงครั้งเดียวอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง

ดังนั้น การเลือกรองเท้าที่เหมาะสม การตรวจสอบสภาพรองเท้า และการจัดการพื้นเปียกหรือสิ่งปนเปื้อน จึงควรดำเนินการร่วมกัน ไม่ควรพึ่งพารองเท้าเซฟตี้เพียงอย่างเดียว

สรุป รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่น อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุก่อนเปลี่ยน

รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่นเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งดอกยางสึก วัสดุเสื่อมสภาพ คราบน้ำมัน สิ่งสกปรกสะสม และการเลือกรองเท้าไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงาน

หากพื้นรองเท้ายังอยู่ในสภาพดีแต่มีคราบสกปรก การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีอาจช่วยแก้ปัญหาได้ แต่หากพบว่าดอกยางสึกจนเรียบ พื้นรองเท้าแตกร้าว หรือมีความเสียหายต่อโครงสร้าง ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนรองเท้าใหม่

สำหรับผู้ที่กำลังมองหา รองเท้าเซฟตี้กันลื่น ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรับรองเหมาะกับความเสี่ยงในสถานที่ทำงาน รวมถึงขนาดและรูปทรงที่สวมใส่สบาย เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานทุกวัน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองเท้าเซฟตี้พื้นลื่น

1. รองเท้าเซฟตี้พื้นลื่นเกิดจากอะไร?

อาจเกิดจากดอกยางสึก พื้นรองเท้าแข็งหรือเสื่อมสภาพ คราบน้ำมันสะสม หรือใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะกับพื้นผิวในการทำงาน

2. รองเท้าเซฟตี้ควรเปลี่ยนทุกกี่เดือน?

ไม่มีระยะเวลาตายตัว ควรตรวจสอบสภาพเป็นประจำและเปลี่ยนเมื่อรองเท้าเสียหายหรือไม่สามารถให้การป้องกันที่เหมาะสมได้ โดยไม่ต้องรอให้ครบจำนวนเดือนที่กำหนด

3. พื้นรองเท้าเซฟตี้สึกแล้วสามารถซ่อมได้หรือไม่?

รองเท้าบางประเภทอาจซ่อมได้ตามเงื่อนไขของผู้ผลิต แต่รองเท้านิรภัยที่พื้นสึกหรือโครงสร้างเสียหาย ไม่ควรซ่อมเองโดยไม่มีการรับรองว่าคุณสมบัติความปลอดภัยยังคงเดิม

4. รองเท้าเซฟตี้กันลื่นสามารถเดินบนพื้นน้ำมันได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับรุ่นและผลการทดสอบ รองเท้าเซฟตี้กันลื่นไม่ได้รับประกันว่าจะป้องกันการลื่นได้บนพื้นน้ำมันทุกชนิด ควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตและควบคุมคราบน้ำมันบนพื้นด้วย

5. รองเท้าเซฟตี้พื้น PU กับพื้นยาง แบบไหนกันลื่นดีกว่า?

ไม่สามารถตัดสินจากชนิดวัสดุเพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากประสิทธิภาพการกันลื่นขึ้นอยู่กับสูตรวัสดุ ลวดลายดอกยาง พื้นผิว และสิ่งปนเปื้อน ควรเปรียบเทียบผลทดสอบของรองเท้าแต่ละรุ่น

6. รองเท้าเซฟตี้ใหม่ทำไมถึงลื่น?

อาจเกิดจากการเลือกรองเท้าที่ไม่เหมาะกับพื้นทำงาน พื้นมีคราบสิ่งปนเปื้อน หรือคุณสมบัติของรุ่นไม่ตอบโจทย์การใช้งาน ควรตรวจสอบสภาพพื้นที่และข้อมูลการกันลื่นก่อนใช้งานต่อ

7. จะรู้ได้อย่างไรว่าดอกยางรองเท้าเซฟตี้หมด?

ตรวจดูร่องดอกยางบริเวณหน้าเท้าและส้นเท้า หากร่องตื้นจนเกือบเรียบ ลวดลายหายไป หรือสึกไม่สม่ำเสมออย่างชัดเจน ควรพิจารณาเปลี่ยนรองเท้าโดยอ้างอิงเกณฑ์ของผู้ผลิต

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

#รองเท้าเซฟตี้ #วิธีทำความสะอาดรองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้ซักได้ไหม #รองเท้านิรภัย #วิธีดูแลรองเท้าเซฟตี้ #รองเท้าเซฟตี้เหม็น #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในการทำงาน

แชร์:

บทความเพิ่มเติม