รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P คืออะไร? ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน

เวลาเลือก รองเท้าเซฟตี้ หลายคนมักเริ่มจากดูหัวรองเท้า พื้นกันลื่น น้ำหนัก หรือดีไซน์ก่อน แต่ถ้าดูรายละเอียดสินค้าให้ลึกขึ้น จะเจอรหัสอย่าง S1, S1P, S1PL หรือ S1PS ซึ่งรหัสเหล่านี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะช่วยบอกว่ารองเท้าคู่นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงแบบไหน

เวลาเลือก รองเท้าเซฟตี้ หลายคนมักเริ่มจากดูหัวรองเท้า พื้นกันลื่น น้ำหนัก หรือดีไซน์ก่อน แต่ถ้าดูรายละเอียดสินค้าให้ลึกขึ้น จะเจอรหัสอย่าง S1, S1P, S1PL หรือ S1PS ซึ่งรหัสเหล่านี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะช่วยบอกว่ารองเท้าคู่นั้นถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความเสี่ยงแบบไหน

สำหรับ รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P จุดที่แตกต่างกันแบบเข้าใจง่ายที่สุดคือ

S1 = รองรับความเสี่ยงพื้นฐานของงานทั่วไป

S1P = คุณสมบัติของ S1 + เพิ่มการป้องกันวัตถุแหลมเจาะทะลุจากพื้นรองเท้า

ดังนั้น ถ้าทำงานในคลังสินค้าที่พื้นสะอาด S1 อาจตอบโจทย์ แต่ถ้าต้องเดินในพื้นที่ที่มีโอกาสเจอตะปู สกรู หรือเศษโลหะ การเลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุจะเหมาะสมกว่า


รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P ต่างกันอย่างไร?

รองเท้าเซฟตี้ S1 เป็นรองเท้านิรภัยที่มีหัวรองเท้าป้องกันแรงกระแทก พร้อมคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น ส้นปิด คุณสมบัติป้องกันไฟฟ้าสถิต และการดูดซับแรงบริเวณส้นเท้า เหมาะกับงานทั่วไปในพื้นที่แห้งและไม่มีความเสี่ยงสูงจากวัตถุแหลมบนพื้น

ส่วน รองเท้าเซฟตี้ S1P มีพื้นฐานจาก S1 แต่เพิ่มคุณสมบัติ ป้องกันการเจาะทะลุบริเวณฝ่าเท้า จึงเหมาะกับช่าง งานซ่อมบำรุง งานประกอบ งานติดตั้ง หรือพื้นที่ที่อาจมีตะปู สกรูและเศษโลหะตกอยู่บนพื้น

ปัจจุบันมาตรฐานรองเท้าเซฟตี้มีการแยกรายละเอียดการป้องกันการเจาะทะลุออกเป็น P, PL และ PS มากขึ้น ดังนั้นในรองเท้ารุ่นใหม่จึงอาจพบทั้ง S1P, S1PL และ S1PS ไม่ใช่เพียง S1P เหมือนที่ผู้ใช้งานหลายคนคุ้นเคย

รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P

รองเท้าเซฟตี้ S1 คืออะไร?

S1 คือระดับหนึ่งของรองเท้า Safety Footwear ที่เหมาะสำหรับงานทั่วไป โดยเฉพาะงานภายในอาคารหรือพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้ง

มาตรฐาน ISO 20345 ครอบคลุมทั้งข้อกำหนดพื้นฐานและข้อกำหนดเพิ่มเติมของรองเท้าเซฟตี้ เช่น ความเสี่ยงเชิงกล การลื่น ความร้อน และลักษณะทางการยศาสตร์

คุณสมบัติหลักที่พบในรองเท้าระดับ S1 ได้แก่

  • มีหัวรองเท้านิรภัยสำหรับป้องกันนิ้วเท้า
  • บริเวณส้นรองเท้าเป็นแบบปิด
  • มีคุณสมบัติ Antistatic
  • มีระบบดูดซับแรงบริเวณส้นเท้า
  • ผ่านข้อกำหนดพื้นฐานของ Safety Footwear ตามมาตรฐานที่ระบุบนสินค้า

จุดที่ต้องเข้าใจคือ S1 ไม่ได้หมายความว่าพื้นรองเท้าป้องกันตะปูโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น ถ้าพื้นที่ทำงานมีความเสี่ยงจากวัตถุแหลมแทงจากด้านล่าง ควรมองหารหัสที่ระบุคุณสมบัติการป้องกันการเจาะทะลุเพิ่มเติม


รองเท้าเซฟตี้ S1 เหมาะกับงานแบบไหน?

S1 มักเหมาะกับสถานที่ทำงานที่พื้นได้รับการจัดการค่อนข้างดี ไม่มีเศษโลหะหรือตะปูกระจายอยู่บนพื้น เช่น

  • คลังสินค้า
  • ศูนย์กระจายสินค้า
  • Picking & Packing
  • โรงงานประกอบสินค้า
  • งานควบคุมเครื่องจักร
  • งานผลิตทั่วไป
  • งานโลจิสติกส์
  • งานภายในอาคาร

ยกตัวอย่างง่าย ๆ พนักงานคลังสินค้าที่ต้องเดินหยิบสินค้าและมีความเสี่ยงจากกล่องหรือสินค้าตกใส่เท้า แต่พื้นที่ถูกดูแลให้สะอาดตลอดเวลา อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มแผ่นป้องกันการเจาะทะลุ หากการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ไม่พบอันตรายประเภทนั้น


รองเท้าเซฟตี้ S1P คืออะไร?

S1P คือรองเท้าเซฟตี้ที่มีคุณสมบัติพื้นฐานของ S1 และเพิ่มความสามารถในการป้องกันวัตถุแหลมเจาะทะลุพื้นรองเท้า

นี่คือจุดแตกต่างสำคัญระหว่าง S1 กับ S1P

หากผู้ใช้งานเหยียบตะปู เศษโลหะ หรือวัตถุแหลมจากด้านล่าง ชั้นป้องกันบริเวณพื้นรองเท้าจะทำหน้าที่ช่วยลดความเสี่ยงที่วัตถุดังกล่าวจะทะลุเข้าไปถึงฝ่าเท้า

รองเท้าประเภทป้องกันการเจาะทะลุจึงเป็นหนึ่งใน PPE ที่เหมาะกับความเสี่ยงต่อเท้าจากวัตถุแหลม ขณะเดียวกัน การเลือก PPE ควรเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงของงาน ไม่ใช่เลือกจากระดับมาตรฐานที่สูงกว่าเพียงอย่างเดียว.


รองเท้า S1P เหมาะกับงานอะไร?

ตัวอย่างพื้นที่ที่ควรพิจารณารองเท้าที่มีระบบป้องกันการเจาะทะลุ ได้แก่

  • งานช่าง
  • งานซ่อมบำรุง
  • งานติดตั้งเครื่องจักร
  • งานประกอบโครงสร้าง
  • โรงงานโลหะ
  • งานติดตั้งภายในไซต์
  • งานที่มีเศษสกรูหรือน็อตบนพื้น
  • พื้นที่ที่อาจมีตะปูหรือเศษวัสดุแหลมคม

ในสถานการณ์เหล่านี้ ความเสี่ยงไม่ได้มาจากของตกใส่นิ้วเท้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจาก “ด้านล่างของเท้า” ด้วย


ตารางเปรียบเทียบ รองเท้าเซฟตี้ S1 กับ S1P

คุณสมบัติS1S1P
หัวรองเท้านิรภัย
ป้องกันแรงกระแทกบริเวณนิ้วเท้า
ส้นรองเท้าแบบปิด
Antistatic
ดูดซับแรงบริเวณส้นเท้า
ป้องกันวัตถุแหลมเจาะพื้น
เหมาะกับพื้นที่แห้งทั่วไป
งานคลังสินค้าทั่วไป
งานซ่อมบำรุงพิจารณาตามความเสี่ยง
พื้นที่มีตะปู/เศษโลหะไม่แนะนำหากไม่มีคุณสมบัติเสริม
งานติดตั้งเครื่องจักรพิจารณาตามพื้นที่

จำง่าย ๆ

S1 = ป้องกันความเสี่ยงพื้นฐาน

S1P = S1 + ป้องกันการเจาะทะลุจากด้านล่าง


แล้ว S1P, S1PL และ S1PS คืออะไร?

เมื่อดูรองเท้าเซฟตี้รุ่นใหม่ อาจไม่ได้พบเพียงคำว่า S1P แต่มี S1PL และ S1PS เพิ่มเข้ามาด้วย

สาเหตุคือมาตรฐานรุ่นใหม่แยกวิธีการป้องกันการเจาะทะลุออกให้ละเอียดขึ้น

รหัสลักษณะโดยย่อ
S1PS1 + การป้องกันการเจาะทะลุประเภท P
S1PLS1 + การป้องกันการเจาะทะลุประเภท PL
S1PSS1 + การป้องกันการเจาะทะลุประเภท PS

P, PL และ PS มีรายละเอียดด้านวัสดุและวิธีการทดสอบการเจาะทะลุที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากต้องจัดซื้อรองเท้าจำนวนมากสำหรับโรงงาน ไม่ควรดูเพียงคำว่า “กันตะปู” บนหน้าสินค้า แต่ควรตรวจสอบ รหัสมาตรฐานเต็มของรองเท้ารุ่นนั้น


S1P ไม่ได้แปลว่า “หัวเหล็ก”

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยคือ

รองเท้า S1P = รองเท้าหัวเหล็ก

จริง ๆ แล้ว S1P เป็นรหัสด้านระดับการป้องกัน ไม่ใช่ชื่อวัสดุของหัวรองเท้า

หัวรองเท้านิรภัอาจผลิตจากวัสดุหลายประเภท เช่น Steel Toe, Aluminium Toe หรือ Composite Toe หากผ่านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของรองเท้านิรภัย

ดังนั้นหากต้องการรองเท้า Metal Free อย่าดูแค่ S1P ควรตรวจรายละเอียดเพิ่มเติมทั้ง

Toe Cap + Midsole + ชิ้นส่วนประกอบอื่นของรองเท้า


S1P กันตะปูได้ไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ

S1P มีคุณสมบัติด้านการป้องกันการเจาะทะลุของพื้นรองเท้า

แต่ไม่ควรตีความว่า “ไม่มีวัตถุใดสามารถแทงทะลุได้เลย”

ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับประเภทของระบบป้องกัน วัตถุที่เหยียบ แรงที่เกิดขึ้น สภาพรองเท้า และมาตรฐานการทดสอบของรองเท้ารุ่นนั้น

ดังนั้นในงานที่มีความเสี่ยงสูง ควรใช้ Risk Assessment ของหน้างานเป็นตัวกำหนด PPE มากกว่าตัดสินจากชื่อรุ่นหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

แนวทางด้าน PPE ก็เน้นว่ารองเท้าที่เลือกควรเหมาะกับความเสี่ยงและงานที่ทำจริง และต้องมีขนาดหรือการปรับให้เหมาะสมกับผู้สวมใส่.


รองเท้า S1P กันน้ำหรือไม่?

ไม่จำเป็น

ตัว P ไม่ได้หมายถึง Waterproof

P ในบริบทนี้เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการป้องกันการเจาะทะลุของพื้นรองเท้า

ดังนั้น หากต้องทำงานกลางแจ้ง พื้นที่เปียก หรือมีน้ำเป็นประจำ ต้องตรวจดูคุณสมบัติด้านน้ำและรหัสมาตรฐานอื่นเพิ่มเติม ไม่ควรซื้อ S1P แล้วสรุปทันทีว่าสามารถกันน้ำได้


รองเท้า S1P กันลื่นหรือไม่?

อย่าดูคำว่า S1P เพียงอย่างเดียวแล้วสรุปเรื่องประสิทธิภาพการกันลื่น

เพราะอุบัติเหตุจากการลื่นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • วัสดุของพื้นรองเท้า
  • ลายดอกยาง
  • พื้นผิวหน้างาน
  • น้ำ
  • น้ำมัน
  • จาระบี
  • สารเคมีที่อยู่บนพื้น

หน่วยงานด้านความปลอดภัยอย่าง HSE ก็ระบุว่า การเป็น “Safety Footwear” ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกความเสี่ยงด้านการลื่นโดยอัตโนมัติ จึงควรเลือกพื้นรองเท้าให้เหมาะกับสภาพหน้างานด้วย.


รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P

S1 กับ S1P แบบไหนดีกว่ากัน?

ถ้าถามว่า S1P ดีกว่า S1 ไหม?

คำตอบที่เหมาะสมกว่าคือ

ต้องดูว่าหน้างานมีความเสี่ยงอะไร

รองเท้าเซฟตี้ไม่ควรถูกเลือกโดยใช้หลักว่า “มาตรฐานเยอะที่สุด = ดีที่สุด” เพราะการเลือก PPE ที่ดีต้องตรงกับความเสี่ยงจริงของผู้ใช้งาน.

ตัวอย่างที่ 1: พนักงานแพ็กสินค้า

ทำงานอยู่ในคลัง พื้นเรียบ ไม่มีงานเจาะหรืองานก่อสร้าง

S1 อาจเพียงพอ

ตัวอย่างที่ 2: ช่างซ่อมบำรุงโรงงาน

ต้องเดินหลายพื้นที่ มีการถอดน็อต สกรู และซ่อมเครื่องจักร

S1P / S1PL / S1PS น่าพิจารณามากกว่า

ตัวอย่างที่ 3: งานติดตั้ง

พื้นที่ยังมีงานก่อสร้างหรือเศษวัสดุและมีโอกาสเหยียบของแหลม

ควรให้ความสำคัญกับคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุ


ตารางเลือกรองเท้า S1 หรือ S1P ตามงาน

ลักษณะงานระดับที่ควรพิจารณาเหตุผล
Picking / PackingS1ความเสี่ยงจากพื้นค่อนข้างต่ำ
คลังสินค้าทั่วไปS1เหมาะกับพื้นที่แห้งและควบคุมได้
โรงงานประกอบS1 / S1Pขึ้นอยู่กับเศษวัสดุบนพื้น
ซ่อมบำรุงS1Pมีโอกาสพบสกรูหรือเศษโลหะ
ติดตั้งเครื่องจักรS1P / S1PL / S1PSมีความเสี่ยงจากวัตถุแหลม
งานโลหะS1P / S1PL / S1PSมีโอกาสพบเศษโลหะ
พื้นที่ก่อสร้างต้องประเมินมากกว่า S1 เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยงหลายด้าน
พื้นเปียกตลอดเวลาต้องดูคุณสมบัติน้ำเพิ่มเติมS1P ไม่ได้แปลว่ากันน้ำ

วิธีเลือกรองเท้าเซฟตี้ S1 หรือ S1P ให้เหมาะกับงาน

ขั้นตอนที่ 1 สำรวจความเสี่ยงจากด้านบน

ดูว่างานมีโอกาสเกิดของตก กระแทก หรือกดทับนิ้วเท้าหรือไม่ หากมีความเสี่ยงดังกล่าว ควรเลือกรองเท้า Safety Footwear ที่มีมาตรฐานเหมาะสม

ขั้นตอนที่ 2 สำรวจพื้นบริเวณทำงาน

ลองดูหน้างานจริงว่ามี

ตะปู สกรู เศษเหล็ก ลวด หรือวัสดุปลายแหลมตกอยู่บนพื้นหรือไม่

ถ้ามี ควรพิจารณารุ่นที่มี P / PL / PS

ขั้นตอนที่ 3 เช็กว่าพื้นที่แห้งหรือเปียก

ถ้าต้องเจอน้ำ ความชื้น หรือทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ อย่าเลือกจาก S1/S1P เพียงอย่างเดียว ให้ดูคุณสมบัติด้านน้ำเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 4 ดูลักษณะพื้น

พื้นกระเบื้อง พื้นคอนกรีต พื้นมัน หรือพื้นมีน้ำมัน ต้องเลือกลักษณะพื้นรองเท้าให้เหมาะกับสภาพจริง

ขั้นตอนที่ 5 เช็กมาตรฐานเต็มของรองเท้า

อย่าดูเพียงข้อความหน้ากล่องว่า “Safety Shoes”

ควรตรวจสอบรหัสมาตรฐาน รุ่นสินค้า และเอกสารจากผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย

มาตรฐานหลักที่ใช้อ้างอิงสำหรับ Safety Footwear ปัจจุบันคือกลุ่ม ISO 20345 โดย ISO ระบุ ISO 20345:2021 พร้อม Amendment 1:2024 และ BSI แสดง BS EN ISO 20345:2022+A1:2024 เป็นฉบับปัจจุบันของมาตรฐานอังกฤษ/ยุโรปที่เทียบเคียงกัน.

ขั้นตอนที่ 6 ทดลองสวมก่อนใช้งานจริง

นอกจากมาตรฐานแล้ว ควรดู

ความกว้างหน้าเท้า น้ำหนัก การซับแรง ความกระชับ และพื้นที่บริเวณนิ้วเท้า

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินหรือยืนตลอดกะ เพราะรองเท้าที่ป้องกันได้ดีแต่ใส่ไม่พอดี อาจไม่เหมาะกับการใช้งานจริง


Checklist ก่อนซื้อรองเท้าเซฟตี้

ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้

มีของหนักตกใส่เท้าได้หรือไม่?
มีตะปูหรือโลหะแหลมบนพื้นหรือไม่?
พื้นแห้งหรือเปียก?
มีน้ำมันหรือสารเคมีหรือไม่?
ต้องเดินวันละหลายชั่วโมงหรือไม่?
ต้องการรองเท้า Metal Free หรือไม่?
รองเท้าระบุ ISO/EN ISO รุ่นใด?

ตอบครบแล้วจะเลือกง่ายกว่าการดูเพียงว่ารุ่นไหนเป็น S1 หรือ S1P


สรุป รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P ต่างกันอย่างไร?

สรุปง่ายที่สุดคือ

รองเท้า S1

เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการหัวรองเท้านิรภัยและคุณสมบัติพื้นฐาน โดยพื้นที่ไม่มีความเสี่ยงสูงจากวัตถุแหลมแทงผ่านพื้นรองเท้า

รองเท้า S1P

มีคุณสมบัติพื้นฐานของ S1 และเพิ่ม การป้องกันการเจาะทะลุของพื้นรองเท้า

ดังนั้น ถ้าคุณทำงานในคลังสินค้าที่ควบคุมความสะอาดของพื้นได้ดี S1 อาจเพียงพอ

แต่ถ้าเป็นช่าง ซ่อมบำรุง งานติดตั้ง หรือพื้นที่ที่มีโอกาสเจอตะปู สกรู และเศษโลหะ S1P หรือระดับการป้องกันการเจาะทะลุที่เหมาะสมจะตอบโจทย์มากกว่า

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเลือกจากรหัสมาตรฐานเพียงตัวเดียว แต่ให้ดู ความเสี่ยงหน้างาน + มาตรฐาน + ลักษณะพื้น + ความพอดีของรองเท้า พร้อมกัน


FAQ รองเท้าเซฟตี้ S1 และ S1P

รองเท้าเซฟตี้ S1 คืออะไร?

S1 คือระดับของรองเท้าเซฟตี้ที่มีคุณสมบัติพื้นฐานของ Safety Footwear พร้อมส้นปิด คุณสมบัติ Antistatic และการดูดซับแรงบริเวณส้นเท้า เหมาะกับพื้นที่ทำงานทั่วไปที่ค่อนข้างแห้ง

รองเท้าเซฟตี้ S1P คืออะไร?

S1P คือรองเท้าเซฟตี้ที่มีพื้นฐานจาก S1 และเพิ่มคุณสมบัติป้องกันการเจาะทะลุบริเวณพื้นรองเท้า จึงเหมาะกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากตะปูหรือเศษโลหะ

S1 กับ S1P ต่างกันตรงไหน?

จุดต่างหลักคือ S1P เพิ่มคุณสมบัติการป้องกันการเจาะทะลุจากด้านล่าง ขณะที่ S1 ไม่มีคุณสมบัตินี้เป็นข้อกำหนดของระดับ S1

S1P กันตะปูไหม?

S1P มีระบบป้องกันการเจาะทะลุพื้นรองเท้าตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง แต่ควรตรวจสอบประเภท P, PL หรือ PS และมาตรฐานเต็มของรองเท้าแต่ละรุ่นด้วย

S1P กันน้ำไหม?

ไม่จำเป็น ตัว P ไม่ได้หมายถึง Waterproof หากต้องใช้งานในพื้นที่เปียก ควรตรวจสอบคุณสมบัติด้านการป้องกันน้ำเพิ่มเติม

รองเท้า S1 เหมาะกับงานคลังสินค้าไหม?

เหมาะได้ หากพื้นที่คลังสะอาด ค่อนข้างแห้ง และไม่มีความเสี่ยงจากของแหลมบนพื้น แต่ควรประเมินความเสี่ยงของสถานที่จริงก่อนเลือก PPE

งานช่างควรใช้ S1 หรือ S1P?

หากงานช่างมีโอกาสพบตะปู สกรู เศษโลหะ หรือวัตถุแหลมบนพื้น ควรพิจารณารองเท้าที่มีระบบป้องกันการเจาะทะลุมากกว่า S1 เพียงอย่างเดียว

S1P เป็นรองเท้าหัวเหล็กหรือไม่?

ไม่จำเป็น S1P เป็นระดับคุณสมบัติด้านความปลอดภัย ส่วนวัสดุหัวรองเท้าอาจเป็นเหล็ก อะลูมิเนียม Composite หรือวัสดุอื่นตามการออกแบบของผู้ผลิต

S1P กับ S1PS เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะ P, PL และ PS ใช้แยกประเภทของระบบและวิธีทดสอบการป้องกันการเจาะทะลุ ดังนั้นควรตรวจรหัสเต็มของรองเท้าก่อนเลือกใช้

เลือกรองเท้าเซฟตี้จากมาตรฐานอย่างเดียวพอไหม?

ไม่พอ ควรพิจารณาร่วมกับลักษณะงาน พื้นหน้างาน ความเสี่ยงจากน้ำ น้ำมัน สารเคมี การลื่น ระยะเวลาการเดินและยืน รวมถึงความพอดีของรองเท้า

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

#รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้าSafety #SafetyShoes #รองเท้าเซฟตี้S1 #รองเท้าเซฟตี้S1P #S1 #S1P #S1PL #S1PS #รองเท้ากันตะปู #รองเท้าทำงาน #PPE #อุปกรณ์เซฟตี้ #ความปลอดภัยในการทำงาน

แชร์:

บทความเพิ่มเติม