วิธีเลือกไซส์รองเท้าเซฟตี้ให้ใส่พอดี ไม่บีบ ไม่หลวม และเดินทำงานได้คล่องตัว

การเลือกไซส์รองเท้าเซฟตี้ควรวัดเท้าทั้งสองข้างในช่วงบ่ายหรือเย็น โดยสวมถุงเท้าแบบเดียวกับที่ใช้ทำงาน แล้วเลือกตามเท้าข้างที่ใหญ่กว่า เมื่อทดลองใส่ควรเหลือพื้นที่หน้าปลายเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร นิ้วเท้าไม่ชนหัวรองเท้า หน้าเท้าไม่ถูกบีบ และส้นไม่หลุดขณะเดิน ทั้งนี้ควรเทียบตารางไซส์ของแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่น เพราะรูปทรงภายในอาจแตกต่างกัน

การเลือกไซส์รองเท้าเซฟตี้ควรวัดเท้าทั้งสองข้างในช่วงบ่ายหรือเย็น โดยสวมถุงเท้าแบบเดียวกับที่ใช้ทำงาน แล้วเลือกตามเท้าข้างที่ใหญ่กว่า เมื่อทดลองใส่ควรเหลือพื้นที่หน้าปลายเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร นิ้วเท้าไม่ชนหัวรองเท้า หน้าเท้าไม่ถูกบีบ และส้นไม่หลุดขณะเดิน ทั้งนี้ควรเทียบตารางไซส์ของแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่น เพราะรูปทรงภายในอาจแตกต่างกัน


รองเท้าเซฟตี้เป็นอุปกรณ์ป้องกันเท้าที่ต้องใส่ต่อเนื่องหลายชั่วโมง หากเลือกไซส์เล็กเกินไป หัวรองเท้านิรภัยอาจกดนิ้วเท้าและหน้าเท้า แต่หากหลวมเกินไป เท้าจะเลื่อนไปมาขณะเดิน ทำให้เสียดสี ควบคุมการก้าวเดินได้ไม่มั่นคง และต้องเกร็งนิ้วเท้าเพื่อพยุงรองเท้าไว้

การเลือกไซส์จึงไม่ควรดูเพียงตัวเลข EU, UK หรือ US บนกล่อง เพราะรองเท้าไซส์เดียวกันแต่คนละแบรนด์หรือคนละรุ่น อาจมีความกว้าง ความลึก และรูปทรงหัวรองเท้าไม่เหมือนกัน วิธีที่แม่นยำกว่าคือวัดความยาวเท้าเป็นเซนติเมตร แล้วทดลองใส่จริงพร้อมถุงเท้าที่ใช้ทำงาน

นอกจากความพอดีแล้ว รองเท้าต้องมีคุณสมบัติการป้องกันเหมาะกับความเสี่ยงของงาน เช่น ป้องกันวัตถุตกหล่น ของมีคมทะลุพื้น หรืออันตรายทางไฟฟ้า

รองเท้าเซฟตี้ทรงสปอร์ตสำหรับงานคลังสินค้า

ทำไมรองเท้าเซฟตี้ต้องเลือกไซส์ให้ละเอียดกว่ารองเท้าทั่วไป

รองเท้าเซฟตี้มีโครงสร้างเสริมหลายส่วน เช่น หัวรองเท้านิรภัย แผ่นป้องกันของมีคม พื้นชั้นกลาง และส่วนพยุงส้น โครงสร้างเหล่านี้ทำให้รองเท้ามีพื้นที่ภายในและความยืดหยุ่นต่างจากรองเท้าทั่วไป

โดยเฉพาะบริเวณหัวรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิต ส่วนป้องกันนี้ไม่ได้ยืดตามรูปเท้าเหมือนวัสดุผ้าหรือหนัง หากเริ่มต้นใส่แล้วนิ้วเท้าชนหรือถูกบีบ ไม่ควรคาดหวังว่าใส่ไปแล้วหัวรองเท้าจะขยายมากพอจนพอดี

แนวทางของ Canadian Centre for Occupational Health and Safety แนะนำให้ทดลองรองเท้านิรภัยช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงที่เท้าเริ่มขยายตัว สวมถุงเท้าหรือแผ่นรองที่ใช้ทำงานจริง และไม่ควรคาดหวังว่ารองเท้าจะยืดจนพอดีภายหลัง

วิธีวัดเท้าก่อนเลือกไซส์รองเท้าเซฟตี้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

  • กระดาษขนาดใหญ่กว่าเท้า
  • ดินสอหรือปากกา
  • ไม้บรรทัดหรือสายวัด
  • ถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง
  • แผ่นรองเสริม หากต้องใช้เป็นประจำ

ขั้นตอนการวัดความยาวเท้า

  1. วัดเท้าในช่วงบ่ายหรือเย็น เพราะเท้ามักขยายขึ้นหลังจากยืนและเดินมาระหว่างวัน
  2. สวมถุงเท้าและแผ่นรองแบบเดียวกับที่ใช้ทำงาน
  3. วางกระดาษบนพื้นเรียบและยืนลงน้ำหนักตามปกติ
  4. ให้ผู้อื่นลากเส้นรอบเท้า หรือทำเครื่องหมายที่ส้นและปลายนิ้วที่ยาวที่สุด
  5. วัดจากจุดหลังสุดของส้นเท้าถึงปลายนิ้วที่ยาวที่สุด
  6. วัดความกว้างบริเวณหน้าเท้าที่กว้างที่สุด
  7. วัดเท้าทั้งสองข้าง แล้วใช้ขนาดของเท้าข้างที่ใหญ่กว่า
  8. นำหน่วยเซนติเมตรไปเปรียบเทียบกับตารางไซส์ของรุ่นที่ต้องการ

แนวทางจาก NHS แนะนำให้วัดเท้าทั้งสองข้างในช่วงบ่ายหรือเย็น สวมถุงเท้าที่ใช้ตามปกติ และยึดเท้าข้างที่ใหญ่กว่าในการเลือกขนาด

ต้องเผื่อปลายเท้าเท่าไรจึงจะพอดี

โดยทั่วไปควรมีพื้นที่ระหว่างนิ้วเท้าที่ยาวที่สุดกับปลายรองเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อรองรับการขยายตัวและการเคลื่อนของเท้าขณะเดิน ทั้งนี้ต้องตรวจร่วมกับความกว้างและความลึกของหัวรองเท้าด้วย

พื้นที่ที่เหลือไม่ควรมากจนเท้าเลื่อนไปด้านหน้า และไม่ควรน้อยจนนิ้วสัมผัสหัวรองเท้าเมื่อยืน เดิน หรือก้าวลงทางลาด

วิธีตรวจง่าย ๆ คือใส่รองเท้า ผูกเชือกหรือรัดสายให้พอดี จากนั้นยืนลงน้ำหนักเต็มเท้า หากนิ้วเท้ายังขยับได้เล็กน้อย ไม่ชนหัวรองเท้า และหน้าเท้าไม่ถูกกด ถือว่าใกล้เคียงกับความพอดีที่เหมาะสม

เช็กอย่างไรว่ารองเท้าเซฟตี้พอดีจริง

จุดที่ตรวจลักษณะที่พอดีอาการที่ควรระวัง
ปลายเท้าเหลือพื้นที่ประมาณ 1 ซม.นิ้วชนหัวรองเท้าหรือเหลือมากเกินไป
ความกว้างหน้าเท้าวางได้เต็ม ไม่ถูกบีบขอบเท้าล้นพื้นรองเท้าหรือวัสดุด้านข้างป่อง
ความลึกหัวรองเท้านิ้วขยับขึ้นลงได้เล็กน้อยเล็บหรือนิ้วเท้าถูกหัวรองเท้ากด
หลังเท้ากระชับโดยไม่กดเจ็บเชือกกดหลังเท้าหรือเกิดอาการชา
ส้นเท้าอยู่กับที่หรือขยับเพียงเล็กน้อยส้นยกและเสียดสีทุกครั้งที่ก้าว
อุ้งเท้ารองรับได้ตรงตำแหน่งรู้สึกว่าปุ่มรองอุ้งเท้าอยู่หน้า–หลังผิดจุด
ขณะเดินก้าวได้เป็นธรรมชาติต้องเกร็งนิ้ว ลากเท้า หรือรู้สึกรองเท้าหนักผิดปกติ

สัญญาณว่ารองเท้าเซฟตี้แน่นเกินไป

รองเท้าที่แน่นอาจรู้สึกกระชับในช่วงแรก แต่เมื่อใส่ทำงานหลายชั่วโมง เท้าจะขยายและเกิดแรงกดมากขึ้น ควรระวังอาการต่อไปนี้

  • นิ้วเท้าชนหัวรองเท้าขณะยืนหรือเดิน
  • หัวรองเท้ากดเล็บหรือหลังนิ้วเท้า
  • หน้าเท้าถูกบีบจากด้านข้าง
  • มีรอยแดงหลังถอดรองเท้า
  • รู้สึกชา เสียว หรือแสบร้อน
  • เล็บเท้าช้ำหลังเดินหรือขึ้นลงบันได
  • ขอบเท้าล้นออกจากพื้นรองเท้า
  • ต้องคลายเชือกมากผิดปกติจึงใส่ได้

หากความยาวพอดีแต่ด้านข้างบีบ ไม่ควรเพิ่มความยาวหลายไซส์เพื่อแก้ปัญหา เพราะอาจทำให้ส้นหลวม ควรเปลี่ยนเป็นรุ่นที่มีหน้าเท้ากว้างหรือมี Wide Fit แทน

สัญญาณว่ารองเท้าเซฟตี้หลวมเกินไป

  • ส้นเท้ายกหรือหลุดขณะเดิน
  • เท้าเลื่อนไปชนหัวรองเท้าเมื่อเดินลงทางลาด
  • ต้องเกร็งนิ้วเท้าเพื่อยึดรองเท้า
  • เกิดการเสียดสีบริเวณส้นหรือข้างเท้า
  • เชือกผูกจนสุดแล้วยังไม่กระชับ
  • รู้สึกว่ารองเท้าแกว่งเมื่อเปลี่ยนทิศทาง
  • เท้าเคลื่อนภายในรองเท้าขณะขึ้นบันได
  • เดินแล้วสะดุดหรือควบคุมก้าวได้ไม่ดี

การใส่ถุงเท้าหนาเพื่อชดเชยรองเท้าที่ใหญ่เกินไปอาจช่วยได้เพียงเล็กน้อย หากส้นยังหลุดหรือเท้าเลื่อนชัดเจน ควรเปลี่ยนไซส์หรือเลือกรุ่นที่เข้ากับรูปเท้ามากกว่า

ความยาวพอดี แต่หน้าเท้าบีบ ต้องเพิ่มไซส์หรือไม่

ไม่ควรเพิ่มไซส์ทันที เพราะปัญหาอาจอยู่ที่ความกว้างหรือรูปทรงของหัวรองเท้า ไม่ใช่ความยาว

อาการสาเหตุที่เป็นไปได้วิธีแก้ที่เหมาะสม
นิ้วชนด้านหน้ารองเท้าสั้นเกินไปทดลองเพิ่มความยาวหนึ่งระดับ
นิ้วก้อยถูกบีบหน้าเท้าแคบเลือก Wide Fit หรือหัวรองเท้าทรงกว้าง
หลังเท้าถูกกดรองเท้าตื้นหรือหลังเท้าสูงเลือกรุ่นที่มีความลึกมากขึ้น
ส้นหลุด แต่ปลายเท้าพอดีรูปทรงส้นไม่เข้ากับเท้าเปลี่ยนรุ่นหรือระบบรัดกระชับ
เท้าเลื่อนไปด้านหน้ารองเท้ายาวหรือผูกไม่กระชับลดไซส์หรือปรับวิธีผูกเชือก
ใส่แผ่นรองแล้วแน่นพื้นที่ภายในไม่เพียงพอเลือกรุ่นที่รองรับแผ่นเสริม

หัวรองเท้าควรมีรูปทรงกลมหรือกว้างพอให้นิ้วเคลื่อนไหวได้ ไม่กดนิ้วเข้าหากัน ขณะที่ส่วนส้นควรกระชับเพื่อรักษาตำแหน่งของเท้า Guy’s and St Thomas’ NHS

ทำไมไซส์เดิมที่เคยใส่อาจไม่พอดีกับรองเท้าคู่ใหม่

แม้ตัวเลขไซส์เท่ากัน แต่ความพอดีอาจแตกต่างกันจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • มาตรฐานไซส์ของแต่ละแบรนด์
  • ทรงรองเท้าของแต่ละรุ่น
  • ความหนาของหัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิต
  • ความกว้างของ Toe Box
  • ความหนาของซับใน
  • ความหนาของถุงเท้า
  • การใช้แผ่นรองเสริม
  • เท้าบวมหรือขยายหลังยืนทำงาน
  • เท้าสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน

ดังนั้นไม่ควรเลือกจากประโยคว่า “ปกติใส่ไซส์ 42” เพียงอย่างเดียว ควรดูความยาวเท้าเป็นเซนติเมตร ตารางไซส์ของรุ่นนั้น และทดลองใส่ทุกครั้งที่เป็นไปได้

รองเท้านิรภัยราคาถูก ดีไหม

ควรลองรองเท้าเซฟตี้อย่างไรก่อนตัดสินใจ

1. ลองในช่วงบ่ายหรือเย็น

หลังยืนหรือเดินมาระยะหนึ่ง เท้าจะมีขนาดใกล้เคียงกับช่วงทำงานจริงมากกว่าการลองในตอนเช้า

2. สวมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง

ถุงเท้าบางและถุงเท้าหนาทำให้ความพอดีต่างกัน หากใช้ถุงเท้าหนาในพื้นที่เย็น ควรนำมาลองพร้อมรองเท้า

3. ทดลองทั้งสองข้าง

เท้าสองข้างอาจมีขนาดต่างกันเล็กน้อย จึงควรใส่และเดินด้วยรองเท้าทั้งคู่ โดยเลือกให้พอดีกับเท้าข้างที่ใหญ่กว่า

4. ผูกเชือกให้เหมือนตอนทำงาน

รองเท้าที่ไม่ได้ผูกหรือรัดให้ถูกต้องอาจทำให้เข้าใจผิดว่าส้นหลวม หรือรองเท้ากว้างเกินไป

5. เดินและเปลี่ยนทิศทาง

ทดลองเดินอย่างน้อยหลายนาที ก้าวยาว เลี้ยว หยุด และขึ้นลงทางลาดหรือพื้นจำลอง หากสถานที่อนุญาต เพื่อดูว่าเท้าเลื่อนหรือหัวรองเท้ากดหรือไม่

6. ตรวจเท้าหลังถอดรองเท้า

สังเกตรอยแดง จุดกด หรืออาการชา โดยเฉพาะบริเวณนิ้วก้อย โคนนิ้วหัวแม่เท้า หลังเท้า และส้นเท้า

ซื้อรองเท้าเซฟตี้ออนไลน์ เลือกไซส์อย่างไร

หากไม่สามารถทดลองได้ ควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • วัดเท้าทั้งสองข้างเป็นเซนติเมตร
  • วัดช่วงบ่ายหรือเย็น
  • สวมถุงเท้าทำงานขณะวัด
  • ใช้ขนาดเท้าข้างที่ใหญ่กว่า
  • ตรวจตารางไซส์ของแบรนด์และรุ่นนั้นโดยตรง
  • สอบถามว่ารุ่นเป็นทรงปกติ ทรงแคบ หรือ Wide Fit
  • แจ้งร้านหากต้องใช้แผ่นรองเสริม
  • ตรวจสอบเงื่อนไขเปลี่ยนไซส์ก่อนสั่งซื้อ
  • ทดลองในอาคารบนพื้นสะอาดก่อนนำไปใช้งานจริง

ไม่ควรเทียบไซส์จากแบรนด์เดิมโดยอัตโนมัติ และไม่ควรเลือกรองเท้าใหญ่กว่าปกติหนึ่งไซส์ทุกกรณี เพราะรูปเท้าและรูปทรงรองเท้าแตกต่างกัน

อย่าดูเฉพาะไซส์ ต้องเลือกคุณสมบัติให้ตรงกับงานด้วย

รองเท้าที่ใส่พอดีแต่ป้องกันอันตรายไม่ตรงกับงาน ก็ยังไม่ใช่รองเท้าเซฟตี้ที่เหมาะสม

ลักษณะงานคุณสมบัติที่ควรพิจารณา
คลังสินค้าและงานขนถ่ายหัวรองเท้านิรภัย พื้นกันลื่น
พื้นที่มีตะปูหรือเศษโลหะแผ่นป้องกันการเจาะทะลุ
งานเปียกหรือกลางแจ้งวัสดุกันน้ำและพื้นยึดเกาะ
งานเกี่ยวกับไฟฟ้าคุณสมบัติทางไฟฟ้าที่ตรงกับความเสี่ยง
งานอิเล็กทรอนิกส์คุณสมบัติ ESD ตามข้อกำหนดพื้นที่
งานน้ำมันและสารเคมีพื้นและวัสดุที่ทนต่อสารที่เกี่ยวข้อง
ยืนหรือเดินตลอดวันน้ำหนักเหมาะสม พื้นรองรับและลดแรงกระแทก

อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลควรมีความพอดีและสวมใส่สบายเพียงพอให้ผู้ปฏิบัติงานใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง เพราะ PPE ที่ไม่พอดีอาจลดประสิทธิภาพในการป้องกัน OSHA – Personal Protective Equipment

รองเท้าคู่ใหม่ต้องใส่เผื่อกัดหรือไม่

รองเท้าคู่ใหม่อาจต้องใช้เวลาให้วัสดุส่วนบนและพื้นรองเท้าปรับตัวเล็กน้อย แต่ไม่ควรมีอาการบีบ เจ็บ ชา หรือกดนิ้วตั้งแต่เริ่มลอง โดยเฉพาะบริเวณหัวรองเท้านิรภัย

ช่วงแรกควรทดลองใส่ในระยะเวลาสั้น ๆ บนพื้นสะอาด และเพิ่มเวลาทีละน้อย หากพบรอยแดงจากแรงกดหรือการเสียดสี ควรหยุดใช้และตรวจสอบไซส์ก่อนนำไปใส่ทำงานเต็มกะ

สรุป

วิธีเลือกไซส์รองเท้าเซฟตี้ให้พอดี ควรเริ่มจากการวัดเท้าทั้งสองข้างในช่วงบ่ายหรือเย็น พร้อมสวมถุงเท้าที่ใช้ทำงานจริง แล้วใช้ขนาดของเท้าข้างที่ใหญ่กว่าไปเทียบกับตารางไซส์ของแต่ละรุ่น

เมื่อทดลองใส่ ควรเหลือพื้นที่หน้าปลายเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร นิ้วเท้าไม่ชนหัวรองเท้า หน้าเท้าไม่ถูกบีบ ส้นกระชับ และเท้าไม่เลื่อนไปมาขณะเดิน หากความยาวพอดีแต่หน้าเท้าแน่น ควรเปลี่ยนเป็นรุ่นหน้ากว้างแทนการเพิ่มไซส์จนส้นหลวม

สุดท้าย อย่าพิจารณาเฉพาะความสบายและไซส์ ต้องตรวจสอบมาตรฐานและคุณสมบัติการป้องกันให้ตรงกับความเสี่ยงในพื้นที่ทำงานด้วย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รองเท้าเซฟตี้ควรเผื่อไซส์หรือไม่

ไม่ควรเพิ่มหนึ่งไซส์แบบตายตัว ควรวัดความยาวเท้าเป็นเซนติเมตรและเทียบตารางของแต่ละรุ่น โดยให้เหลือพื้นที่หน้าปลายเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร และส้นต้องไม่หลุดขณะเดิน

รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กใส่ไปแล้วจะขยายหรือไม่

วัสดุส่วนบนอาจปรับตัวได้เล็กน้อย แต่หัวเหล็กหรือหัวคอมโพสิตไม่ยืดตามรูปนิ้วเท้า หากหัวรองเท้ากดหรือบีบตั้งแต่เริ่มลอง ควรเปลี่ยนไซส์หรือเลือกรุ่นที่มีหัวกว้างกว่า

ควรวัดเท้าช่วงเวลาใด

ควรวัดช่วงบ่ายหรือเย็น หลังจากยืนและเดินมาระยะหนึ่ง เพราะเท้ามักขยายขึ้นระหว่างวันและมีขนาดใกล้กับช่วงทำงานจริง

เท้าสองข้างไม่เท่ากันควรเลือกไซส์จากข้างไหน

ควรวัดทั้งสองข้างและเลือกตามเท้าข้างที่ใหญ่กว่า จากนั้นใช้เชือกหรือแผ่นรองที่เหมาะสมช่วยปรับความกระชับของข้างที่เล็กกว่า

ปลายรองเท้าควรเหลือพื้นที่เท่าไร

โดยทั่วไปควรเหลือพื้นที่จากนิ้วที่ยาวที่สุดถึงปลายรองเท้าประมาณ 1 เซนติเมตร ทั้งนี้ต้องตรวจความกว้าง ความลึก และความกระชับของส้นร่วมด้วย

หน้าเท้าบีบควรเพิ่มไซส์หรือเลือก Wide Fit

หากความยาวพอดีแต่นิ้วหรือหน้าเท้าถูกบีบ ควรเลือกรุ่น Wide Fit หรือหัวรองเท้าทรงกว้าง การเพิ่มความยาวมากเกินไปอาจทำให้ส้นหลวมและเท้าเลื่อน

ส้นรองเท้าเซฟตี้ยกเล็กน้อยถือว่าหลวมไหม

ส้นอาจขยับได้เล็กน้อยตามโครงสร้างรองเท้าใหม่ แต่ไม่ควรยกจนเสียดสี หลุด หรือทำให้ต้องเกร็งนิ้วเท้าขณะเดิน หากผูกเชือกแล้วส้นยังหลุดควรเปลี่ยนไซส์หรือเปลี่ยนรุ่น

ซื้อรองเท้าเซฟตี้ออนไลน์ควรดูอะไรบ้าง

ควรดูความยาวเท้าเป็นเซนติเมตร ตารางไซส์ของรุ่น ความกว้างของทรงรองเท้า ประเภทถุงเท้า การใช้แผ่นรองเสริม และเงื่อนไขเปลี่ยนไซส์ของร้านค้า

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

แชร์:

บทความเพิ่มเติม