ทำงานไฟฟ้าควรใส่รองเท้าแบบไหนให้ปลอดภัย?

หากเป็นงานซ่อมบำรุงไฟฟ้าทั่วไปในพื้นที่แห้ง ซึ่งยังมีความเสี่ยงจากการสัมผัสวงจรโดยไม่ตั้งใจ ควรพิจารณารองเท้าเซฟตี้ที่มีเครื่องหมาย EH หรือ Electrical Hazard และผ่านมาตรฐานที่ระบุชัดเจน เช่น ASTM F2413

งานติดตั้ง ซ่อมบำรุง และตรวจสอบระบบไฟฟ้ามีความเสี่ยงมากกว่างานทั่วไป เพราะความเสียหายอาจเกิดขึ้นได้จากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าลัดวงจร Arc Flash รวมถึงวัตถุตก ของมีคม และพื้นลื่นภายในพื้นที่ทำงาน

รองเท้าจึงต้องให้การป้องกันตรงกับอันตรายจริง ไม่ใช่เลือกรองเท้าพื้นยางหรือรองเท้าหัวคอมโพสิตแล้วสรุปว่าสามารถกันไฟฟ้าได้ทันที เนื่องจากรองเท้า EH, รองเท้า ESD, รองเท้า Antistatic และรองเท้าฉนวนไฟฟ้ามีหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ที่สำคัญ รองเท้าทำงานไฟฟ้าเป็นเพียงมาตรการเสริม ต้องใช้ร่วมกับการตัดแยกพลังงาน การตรวจสอบว่าไม่มีแรงดันไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกัน และขั้นตอนทำงานที่ถูกต้อง

ทำงานไฟฟ้าควรใส่รองเท้าแบบไหน?

หากเป็นงานซ่อมบำรุงไฟฟ้าทั่วไปในพื้นที่แห้ง ซึ่งยังมีความเสี่ยงจากการสัมผัสวงจรโดยไม่ตั้งใจ ควรพิจารณารองเท้าเซฟตี้ที่มีเครื่องหมาย EH หรือ Electrical Hazard และผ่านมาตรฐานที่ระบุชัดเจน เช่น ASTM F2413

หากเป็นงานที่ต้องทำใกล้ส่วนที่มีไฟ หรือเป็นงานที่ผลการประเมินกำหนดให้ต้องใช้ฉนวนไฟฟ้า ต้องใช้รองเท้าหรือรองเท้าครอบฉนวนไฟฟ้าที่ผ่านมาตรฐานเฉพาะ เช่น EN 50321-1 และเลือกระดับให้เหมาะกับแรงดันไฟฟ้า

รองเท้า ESD และ Antistatic ไม่ใช่รองเท้าป้องกันไฟฟ้าดูด เพราะถูกออกแบบให้ระบายประจุไฟฟ้าสถิตออกจากร่างกาย ส่วนรองเท้าพื้นยางทั่วไปหรือรองเท้า Metal Free ก็ไม่สามารถใช้แทนรองเท้าที่ผ่านการทดสอบด้านไฟฟ้าได้

ทำงานไฟฟ้าควรใส่รองเท้าแบบไหน

ก่อนเลือกรองเท้า ต้องรู้ว่าเสี่ยงจากไฟฟ้าแบบใด

คำว่า “งานไฟฟ้า” ครอบคลุมหลายลักษณะงาน เช่น

  • ติดตั้งสายไฟและตู้ควบคุม
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน
  • ซ่อมเครื่องจักรและมอเตอร์
  • ทำงานกับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
  • ทำงานในห้องควบคุมและสถานีไฟฟ้า
  • ตรวจหาสายไฟหรือระบบใต้ดิน
  • ทำงานในพื้นที่อิเล็กทรอนิกส์
  • ทำงานใกล้แผงจ่ายไฟและ Switchgear

แต่ละงานมีแรงดันไฟฟ้า สภาพแวดล้อม และโอกาสสัมผัสอันตรายต่างกัน รองเท้าที่เหมาะกับห้องประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงอาจไม่เหมาะกับงานซ่อมตู้ไฟหรือทำงานใกล้วงจรที่ยังมีกระแสไฟ

ก่อนเลือกต้องประเมินทั้งอันตรายทางไฟฟ้าและอันตรายทางกายภาพ เช่น ของหนักตก พื้นลื่น ของแหลม ความร้อน และสารเคมีร่วมกัน

รองเท้า EH คืออะไร?

EH ย่อมาจาก Electrical Hazard เป็นรองเท้าที่ออกแบบให้ช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสวงจรไฟฟ้าโดยไม่ตั้งใจภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด โดยทั่วไปจะใช้พื้นและโครงสร้างที่ช่วยลดการนำไฟฟ้าผ่านรองเท้า

อย่างไรก็ตาม รองเท้า EH เป็นการป้องกันเสริม หรือ Secondary Protection ไม่ใช่อุปกรณ์หลักสำหรับยืนสัมผัสส่วนที่มีไฟหรือทำงานกับวงจรสดโดยตั้งใจ ประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อรองเท้าเปียก พื้นสึก มีเศษโลหะฝัง หรือผู้สวมใส่สัมผัสวัตถุที่ต่อถึงดิน

OSHA ระบุว่ารองเท้า EH มีจุดประสงค์เพื่อลดอันตรายจากการสัมผัสส่วนที่มีกระแสไฟภายใต้สภาพแห้ง และยังต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าหลักเมื่อมีความเสี่ยงจากไฟฟ้าดูด

รองเท้าฉนวนไฟฟ้าต่างจาก EH อย่างไร?

รองเท้าฉนวนไฟฟ้า หรือ Electrically Insulating Footwear เป็น PPE ที่ออกแบบและทดสอบเพื่อป้องกันไฟฟ้าดูดโดยเฉพาะ มักอยู่ในรูปแบบรองเท้าบูตหรือรองเท้าครอบที่ผลิตจากวัสดุฉนวนตลอดชิ้น

มาตรฐาน EN 50321-1:2018 ครอบคลุมข้อกำหนดและการทดสอบรองเท้าฉนวนไฟฟ้าและรองเท้าครอบสำหรับการทำงานกับหรือใกล้ส่วนที่มีไฟ โดยต้องเลือกระดับหรือ Class ให้เหมาะกับแรงดันและลักษณะงาน

รองเท้าชนิดนี้ยังต้องได้รับการตรวจสภาพ ทำความสะอาด จัดเก็บ และทดสอบตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือแผนความปลอดภัย ไม่ควรนำรองเท้าที่หมดอายุการทดสอบหรือไม่ทราบประวัติมาใช้กับงานไฟฟ้า

EH, ESD, Antistatic และรองเท้าฉนวนต่างกันอย่างไร?

ประเภทรองเท้าหน้าที่หลักเหมาะกับงานใช้ป้องกันไฟฟ้าดูดได้หรือไม่
EHช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสไฟฟ้าโดยไม่ตั้งใจในสภาพที่กำหนดซ่อมบำรุงไฟฟ้าทั่วไปในพื้นที่แห้งเป็นการป้องกันเสริม ไม่ใช่อุปกรณ์หลัก
Electrically Insulatingแยกผู้สวมใส่ออกจากศักย์ไฟฟ้าตามระดับที่ผ่านการทดสอบงานที่การประเมินกำหนดให้ใช้รองเท้าฉนวนได้ตาม Class และเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
ESDระบายประจุไฟฟ้าสถิตเพื่อป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้อง Cleanroom และพื้นที่ควบคุม ESDไม่ใช่รองเท้าป้องกันไฟฟ้าดูด
Antistaticจำกัดการสะสมประจุไฟฟ้าสถิตงานอุตสาหกรรมทั่วไปบางประเภทไม่ควรใช้แทนรองเท้า EH หรือฉนวน
Conductiveระบายประจุลงพื้นอย่างรวดเร็วพื้นที่เฉพาะที่ต้องป้องกันการเกิดประกายจากไฟฟ้าสถิตไม่เหมาะกับความเสี่ยงไฟฟ้าดูด
พื้นยางทั่วไปความสบายและการยึดเกาะตามการออกแบบการใช้งานทั่วไปยืนยันการป้องกันไม่ได้หากไม่มีมาตรฐาน

ความสับสนที่อันตรายที่สุดคือการนำรองเท้า ESD มาใช้แทนรองเท้า EH เพราะ ESD ถูกออกแบบให้ประจุไฟฟ้าสถิตไหลผ่านรองเท้าในระดับที่ควบคุมได้ ส่วน EH ต้องช่วยลดเส้นทางการนำไฟฟ้าผ่านผู้สวมใส่ภายใต้เงื่อนไขของมาตรฐาน

พื้นยางหนาไม่ได้แปลว่ากันไฟฟ้า

รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าบูตพื้นยางอาจดูเหมือนเป็นฉนวน แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าป้องกันแรงดันไฟฟ้าได้ เพราะพื้นรองเท้าอาจมีส่วนผสมที่นำไฟฟ้า มีความชื้น รอยแตกร้าว หรือเศษโลหะฝังอยู่

นอกจากนี้ ความต้านทานของรองเท้ายังขึ้นอยู่กับโครงสร้างทั้งคู่ ไม่ใช่เพียงความหนาของพื้น การเลือกจึงต้องดูเครื่องหมายมาตรฐานและเอกสารรับรองของรุ่นนั้นโดยตรง

ไม่ควรทดลองความเป็นฉนวนด้วยการสัมผัสไฟฟ้าหรือใช้อุปกรณ์ทดสอบที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับตรวจ PPE

หัวเหล็กใช้กับงานไฟฟ้าได้ไหม?

รองเท้าหัวเหล็กไม่ได้ทำให้ไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่เท้าโดยอัตโนมัติ เพราะหัวป้องกันติดตั้งอยู่ภายในและไม่ได้เป็นตัวกำหนดค่าการป้องกันไฟฟ้าของรองเท้าทั้งคู่

สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ รองเท้ารุ่นนั้นผ่านมาตรฐาน EH หรือมาตรฐานฉนวนไฟฟ้าที่ต้องการหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่ห้ามโลหะ มีสนามแม่เหล็ก หรือมีข้อกำหนดเฉพาะ อาจเลือกหัวคอมโพสิตและแผ่นกันของมีคมแบบไม่ใช่โลหะแทน

คำว่า Metal Free หรือหัวคอมโพสิตเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ารองเท้ากันไฟฟ้าดูดได้

ทำงานไฟฟ้าควรใส่รองเท้าแบบไหน

รองเท้าทำงานไฟฟ้าควรมีคุณสมบัติอะไรอีกบ้าง?

นอกจากคุณสมบัติทางไฟฟ้า ควรเลือกการป้องกันให้สอดคล้องกับสภาพหน้างานด้วย

หัวป้องกันนิ้วเท้า

หากทำงานในพื้นที่ที่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์หนัก ควรใช้รองเท้าเซฟตี้ที่ผ่าน ISO 20345 และมีหัวป้องกันนิ้วเท้า

แผ่นป้องกันการเจาะทะลุ

เหมาะกับไซต์ก่อสร้าง พื้นที่ซ่อมบำรุง หรือจุดที่มีเศษโลหะและของแหลม หากมีข้อกำหนดไม่ใช้โลหะ ควรเลือกแผ่นป้องกันชนิด Textile หรือ Non-metallic ที่ผ่านมาตรฐาน

พื้นกันลื่น

พื้นเปียก น้ำมัน และฝุ่นเพิ่มโอกาสลื่นล้มใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้า ควรตรวจเครื่องหมายด้านการกันลื่น เช่น SR ตามมาตรฐานของรองเท้ารุ่นนั้น

พื้นทนน้ำมัน

งานซ่อมบำรุงเครื่องจักรอาจสัมผัสน้ำมันหรือเชื้อเพลิง ควรตรวจคุณสมบัติ FO หากตรงกับความเสี่ยง

รูปทรงที่กระชับ

รองเท้าควรพอดี ส้นไม่หลุด และไม่หลวมจนสะดุด โดยเฉพาะงานบนบันไดหรือพื้นที่ที่มีสายไฟและเครื่องมือจำนวนมาก

รองเท้าแบบไหนเหมาะกับแต่ละงาน?

ลักษณะงานรองเท้าที่ควรพิจารณาข้อควรระวัง
ซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าในพื้นที่แห้งรองเท้าเซฟตี้ EH ตามมาตรฐานที่ระบุใช้เป็นการป้องกันเสริมและต้องตัดไฟก่อน
ทำงานกับวงจรสดหรือใกล้ส่วนที่มีไฟรองเท้าฉนวนไฟฟ้าตาม Class ที่กำหนดต้องเป็นงานที่ผ่านการประเมินและมีผู้มีคุณสมบัติปฏิบัติงาน
ประกอบแผงวงจรหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รองเท้า ESDป้องกันชิ้นงานจากไฟฟ้าสถิต ไม่ใช่ป้องกันไฟฟ้าดูด
งานติดตั้งในไซต์ก่อสร้างรองเท้า EH พร้อมหัวนิรภัยและแผ่นกันของมีคมตรวจพื้นเปียก ของแหลม และวัตถุตก
งานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารองเท้าที่ผ่านข้อกำหนดไฟฟ้าตามการประเมินของงานต้องใช้ร่วมกับถุงมือและอุปกรณ์ที่กำหนด
พื้นที่เสี่ยงจากบรรยากาศไวไฟรองเท้าที่ควบคุมไฟฟ้าสถิตตามข้อกำหนดพื้นที่รองเท้าฉนวนสูงอาจไม่เหมาะ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญกำหนด

รองเท้าไม่สามารถป้องกัน Arc Flash ได้เพียงลำพัง

Arc Flash สามารถสร้างความร้อน แรงดัน แสง และสะเก็ดวัสดุหลอมเหลวได้ในเวลาอันสั้น รองเท้าป้องกันไฟฟ้าจึงไม่เพียงพอสำหรับควบคุมอันตรายชนิดนี้

งานที่มีความเสี่ยง Arc Flash ต้องได้รับการประเมินและกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น

  • ตัดแยกแหล่งจ่ายไฟ
  • Lockout/Tagout
  • ตรวจสอบว่าไม่มีแรงดัน
  • ใช้เครื่องมือมีฉนวน
  • ใช้ถุงมือยางฉนวนตามระดับ
  • ใช้เสื้อผ้า Arc-rated
  • ใช้ Face Shield หรือ Hood ที่เหมาะสม
  • กำหนดระยะปลอดภัย
  • จำกัดผู้เข้าพื้นที่
  • ให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ปฏิบัติงาน

OSHA ย้ำว่า PPE ใช้เพื่อลดการสัมผัสอันตรายเมื่อมาตรการทางวิศวกรรมและวิธีปฏิบัติงานยังควบคุมความเสี่ยงได้ไม่เพียงพอ ไม่ควรเริ่มจากการเลือก PPE แล้วละเลยการกำจัดแหล่งอันตราย

HowTo: วิธีเลือกรองเท้าสำหรับงานไฟฟ้าอย่างปลอดภัย

ขั้นตอนที่ 1: ระบุประเภทงานและแรงดันไฟฟ้า

ตรวจสอบว่าเป็นงานติดตั้ง ตรวจวัด ซ่อมบำรุง ทำงานกับแบตเตอรี่ หรือทำงานใกล้ส่วนที่มีไฟ พร้อมระบุแรงดัน AC/DC และสภาพแวดล้อม

ขั้นตอนที่ 2: ตัดแยกพลังงานก่อนเมื่อทำได้

หยุดระบบ ตัดแหล่งจ่าย ทำ Lockout/Tagout และตรวจยืนยันว่าไม่มีแรงดันตามขั้นตอนของสถานประกอบการ รองเท้าต้องไม่ถูกใช้เป็นเหตุผลให้ทำงานกับไฟโดยไม่จำเป็น

ขั้นตอนที่ 3: ประเมินอันตรายอื่นร่วมด้วย

ตรวจความเสี่ยงจาก Arc Flash วัตถุตก ของมีคม พื้นลื่น น้ำมัน ความชื้น และสารเคมี เพื่อกำหนดคุณสมบัติรองเท้าทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 4: เลือกประเภทการป้องกันให้ถูก

ใช้ EH สำหรับการป้องกันเสริมตามเงื่อนไข ใช้รองเท้าฉนวนตาม Class เมื่อข้อกำหนดของงานระบุ และใช้ ESD เฉพาะงานควบคุมไฟฟ้าสถิต

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจมาตรฐานและเอกสารประจำรุ่น

มองหา ASTM F2413 และเครื่องหมาย EH หรือมาตรฐาน EN 50321-1 สำหรับรองเท้าฉนวนไฟฟ้า ตรวจปีมาตรฐาน Class แรงดันใช้งาน และข้อจำกัดจากผู้ผลิต

ขั้นตอนที่ 6: ทดลองไซซ์พร้อมอุปกรณ์ทำงานจริง

ทดลองกับถุงเท้าที่ใช้ทำงาน ตรวจพื้นที่นิ้วเท้า ความกระชับของส้น น้ำหนัก และการยึดเกาะ เพื่อให้เคลื่อนไหวและขึ้นบันไดได้มั่นคง

ขั้นตอนที่ 7: ตรวจสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง

ตรวจพื้นรองเท้า รอยแตก รอยเจาะ การแยกชั้น ความชื้น และเศษโลหะที่ฝังอยู่ หากรองเท้าเปียกหรือเสียหายต้องหยุดใช้

ขั้นตอนที่ 8: จัดเก็บและเปลี่ยนตามข้อกำหนด

ทำความสะอาด ผึ่งในที่อากาศถ่ายเท และเก็บให้พ้นความร้อน แสงแดด สารเคมี และของมีคม รองเท้าฉนวนต้องได้รับการตรวจหรือทดสอบซ้ำตามผู้ผลิตและแผนของสถานประกอบการ

ตัวอย่างการอ่านสเปกรองเท้า Parade ELECTA

Parade ELECTA เป็นตัวอย่างรองเท้าเซฟตี้ที่ผู้ผลิตออกแบบสำหรับพื้นที่แห้งซึ่งมีความเสี่ยงจากไฟฟ้าดูด โดยระบุมาตรฐาน ASTM F2413-18 I/C/EH/PR และ EN ISO 20345:2022 พร้อมหัวคอมโพสิต แผ่นป้องกันการเจาะแบบไม่ใช่โลหะ และพื้น PU ที่มีคุณสมบัติฉนวน

ผู้ผลิตระบุขอบเขตการใช้งานในสภาพแห้งและแรงดันตามข้อมูลประจำรุ่น จึงต้องปฏิบัติตามเอกสารของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรนำคุณสมบัติของ ELECTA ไปใช้แทนรองเท้า Parade รุ่นอื่น โดยเฉพาะรุ่น ESD ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต่างกัน

แม้รองเท้าจะมี EH ก็ยังไม่ใช่ใบอนุญาตให้ทำงานกับวงจรสด ต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงและใช้มาตรการป้องกันหลักเสมอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

เห็นพื้นยางแล้วคิดว่ากันไฟฟ้า

วัสดุภายนอกไม่สามารถยืนยันค่าการป้องกัน ต้องดูมาตรฐานและผลการทดสอบของรองเท้าทั้งคู่

เลือก ESD ให้ช่างซ่อมไฟ

รองเท้า ESD ระบายไฟฟ้าสถิตและไม่ได้ออกแบบเป็นฉนวนป้องกันไฟฟ้าดูด จึงต้องแยกวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

ใช้รองเท้า EH ในพื้นที่เปียก

ความชื้นสามารถลดประสิทธิภาพการเป็นฉนวนของรองเท้า EH ได้ หากมีน้ำหรือพื้นเปียกต้องหยุดและประเมินวิธีทำงานใหม่

ไม่ตรวจพื้นรองเท้า

พื้นอาจมีตะปู เศษลวด หรือโลหะฝังอยู่ ทำให้คุณสมบัติด้านไฟฟ้าลดลง แม้ภายนอกยังดูใช้งานได้

ใช้รองเท้าแทน Lockout/Tagout

รองเท้าเป็น PPE ขั้นปลาย ไม่สามารถแทนการตัดแยกพลังงาน การตรวจว่าไม่มีแรงดัน และการควบคุมพื้นที่ได้

แนวทางสำหรับสถานประกอบการในประเทศไทย

กฎกระทรวงด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กำหนดกรอบการบริหารและดำเนินการด้านความปลอดภัยสำหรับงานไฟฟ้า และกำหนดให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าได้รับการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

สถานประกอบการจึงควรจัดให้มีอย่างน้อย

  • การประเมินอันตรายของงาน
  • วิธีปฏิบัติงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
  • ระบบอนุญาตทำงานเมื่อจำเป็น
  • การตัดแยกและควบคุมแหล่งพลังงาน
  • PPE ที่เหมาะกับแรงดันและลักษณะงาน
  • การตรวจและบำรุงรักษา PPE
  • การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงาน
  • แผนช่วยเหลือและตอบโต้เหตุฉุกเฉิน

รายละเอียดควรได้รับการพิจารณาโดยวิศวกร เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้รับผิดชอบระบบไฟฟ้าของสถานประกอบการ

สรุป

การเลือกรองเท้าสำหรับงานไฟฟ้าต้องเริ่มจากการประเมินความเสี่ยง ไม่ใช่เริ่มจากวัสดุของพื้นรองเท้าหรือหัวป้องกัน

รองเท้า EH เหมาะสำหรับใช้เป็นการป้องกันเสริมในเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด ส่วนงานที่ต้องใช้ฉนวนไฟฟ้าโดยเฉพาะต้องเลือกรองเท้าตาม EN 50321-1 และ Class ที่เหมาะสม ขณะที่รองเท้า ESD และ Antistatic มีหน้าที่ควบคุมไฟฟ้าสถิต ไม่สามารถใช้แทนรองเท้าป้องกันไฟฟ้าดูดได้

ไม่ว่ารองเท้าจะผ่านมาตรฐานใด วิธีที่ปลอดภัยที่สุดยังคงเป็นการตัดไฟ ทำ Lockout/Tagout ตรวจสอบว่าไม่มีแรงดัน และให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ปฏิบัติงาน

คำถามที่พบบ่อย

1. รองเท้าพื้นยางใช้ทำงานไฟฟ้าได้ไหม?

พื้นยางทั่วไปไม่สามารถยืนยันการป้องกันไฟฟ้าได้ ต้องเลือกรองเท้าที่มีมาตรฐาน EH หรือมาตรฐานฉนวนไฟฟ้าตามผลการประเมินงาน

2. รองเท้า EH ป้องกันไฟฟ้าดูดได้ทั้งหมดหรือไม่?

ไม่ได้ รองเท้า EH เป็นการป้องกันเสริมในเงื่อนไขที่กำหนด โดยเฉพาะสภาพแห้ง และไม่สามารถแทนอุปกรณ์ฉนวนหรือการตัดแยกพลังงานได้

3. รองเท้า ESD กับ EH เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน ESD ออกแบบให้ระบายประจุไฟฟ้าสถิต ส่วน EH ออกแบบให้ช่วยลดเส้นทางการนำไฟฟ้าผ่านผู้สวมใส่ในเงื่อนไขที่กำหนด

4. รองเท้าหัวคอมโพสิตกันไฟฟ้าได้หรือไม่?

หัวคอมโพสิตไม่มีโลหะ แต่ไม่ได้ทำให้รองเท้าทั้งคู่กันไฟฟ้า ต้องตรวจมาตรฐาน EH หรือมาตรฐานฉนวนไฟฟ้าของรุ่นนั้น

5. รองเท้าหัวเหล็กใช้กับงานไฟฟ้าได้ไหม?

ใช้ได้หากรองเท้าทั้งรุ่นผ่านข้อกำหนดที่เหมาะกับงาน วัสดุหัวป้องกันเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติทางไฟฟ้า

6. รองเท้า EH ใช้ในพื้นที่เปียกได้ไหม?

โดยทั่วไปไม่ควร เพราะน้ำ ความชื้น พื้นสึก และสิ่งสกปรกอาจลดคุณสมบัติการป้องกัน ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด

7. รองเท้าฉนวนไฟฟ้าต้องตรวจสอบบ่อยแค่ไหน?

ต้องตรวจด้วยสายตาก่อนใช้งานทุกครั้ง และทดสอบหรือตรวจตามรอบที่มาตรฐาน ผู้ผลิต และสถานประกอบการกำหนด หากชำรุดหรือไม่ทราบประวัติต้องหยุดใช้

8. นอกจากรองเท้าต้องใช้ PPE อะไรอีก?

ขึ้นอยู่กับผลประเมิน อาจต้องใช้ถุงมือฉนวน เสื้อผ้า Arc-rated อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า แว่นตา หมวกนิรภัย และเครื่องมือมีฉนวนร่วมด้วย

#รองเท้าทำงานไฟฟ้า #รองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้า #รองเท้าEH #รองเท้าฉนวนไฟฟ้า #ทำงานไฟฟ้าควรใส่รองเท้าแบบไหน #รองเท้าช่างไฟ #ความปลอดภัยงานไฟฟ้า #ElectricalHazard #ElectricalSafety #SafetyShoes #ParadeSafety

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ EH ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

แชร์:

บทความเพิ่มเติม