รองเท้ากันไฟฟ้าโดนน้ำแล้วยังปลอดภัยไหม?
ไม่ควรถือว่ารองเท้ากันไฟฟ้าหรือรองเท้า EH ยังให้การป้องกันไฟฟ้าได้ตามปกติเมื่อรองเท้า พื้นรองเท้า หรือบริเวณที่ยืนเปียกหรือชื้น
OSHA ระบุว่า Electrical Hazard Footwear เป็น การป้องกันไฟฟ้าเสริม (secondary protection) โดยช่วยแยกเท้าของผู้สวมออกจากพื้นซึ่งอาจเป็นทางลงกราวด์ แต่ประสิทธิภาพของฉนวนประเภทนี้เหมาะกับ สภาพแห้ง และให้การป้องกันเพียงเล็กน้อยในสภาพเปียกหรือชื้น จึงไม่ควรใช้รองเท้า EH เป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าหลัก
ดังนั้น หากรองเท้า EH เปียกน้ำ ไม่ว่าจะเป็นจากฝน น้ำล้างพื้น หรือมีน้ำซึมเข้าภายใน ควรออกจากพื้นที่เสี่ยงทางไฟฟ้าและจัดการแหล่งพลังงานให้ปลอดภัยก่อน ไม่ควรทดลองว่ารองเท้ายัง “กันไฟ” ได้หรือไม่ด้วยการทำงานต่อ
สำหรับงานที่ต้องการฉนวนไฟฟ้าโดยเฉพาะ มีรองเท้าหรือรองเท้าครอบประเภท Dielectric Footwear ที่ใช้มาตรฐานเฉพาะ เช่น ASTM F1117 ซึ่งแตกต่างจากรองเท้าเซฟตี้ EH ทั่วไป

รองเท้ากันไฟฟ้าไม่ได้หมายความว่าเดินลุยน้ำใกล้ไฟฟ้าได้
คำว่า “รองเท้ากันไฟฟ้า” อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่า เมื่อใส่รองเท้าแล้วสามารถทำงานใกล้ระบบไฟฟ้าได้แม้พื้นที่เปียก
ในความเป็นจริง ต้องแยกก่อนว่ารองเท้าที่ใช้อยู่เป็นประเภทใด
หลายรุ่นที่เราเรียกกันว่า “รองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้า” เป็นรองเท้าที่มีคุณสมบัติ Electrical Hazard หรือ EH
รองเท้ากลุ่มนี้มีหน้าที่ช่วยลดความเสี่ยงเพิ่มเติมในกรณีที่ผู้สวมสัมผัสอันตรายทางไฟฟ้าโดยไม่ตั้งใจ แต่ OSHA ระบุชัดว่ารองเท้า Electrical Hazard เป็น secondary electrical insulation ไม่ใช่ระบบป้องกันหลักที่สามารถนำมาใช้แทนมาตรการทางไฟฟ้าอื่นได้
OSHA ยังระบุให้นายจ้างใช้รองเท้าป้องกันเมื่อมีความเสี่ยงต่อเท้า รวมถึงกรณีที่รองเท้าสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่ยังคงเหลืออยู่ หลังจากมีมาตรการป้องกันที่จำเป็นอื่นแล้ว
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า
“ใส่รองเท้ากันไฟฟ้าแล้วปลอดภัย”
จึงไม่ควรถูกนำไปตีความว่า
“ใส่แล้วสามารถสัมผัสไฟฟ้าหรือทำงานบนพื้นเปียกได้”
EH คืออะไร?
EH ย่อมาจาก Electrical Hazard
เป็นคุณสมบัติของรองเท้านิรภัยบางประเภทที่ถูกออกแบบเพื่อช่วยลดเส้นทางการนำกระแสไฟฟ้าระหว่างเท้าของผู้สวมกับพื้น
พูดให้ง่ายคือ หากเกิดการสัมผัสกับแหล่งไฟฟ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ รองเท้า EH สามารถเป็น “อีกหนึ่งชั้น” ของการป้องกันได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็น
- ถุงมือฉนวนไฟฟ้า
- แผ่นฉนวน
- เครื่องมือฉนวน
- ระบบตัดกระแสไฟ
- Lockout/Tagout
- หรืออุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าหลัก
OSHA อธิบายว่าการป้องกันจากรองเท้า EH เป็นการแยกเท้าจากพื้นหรือ Grounded Surface ขณะที่ผู้สวมยังสามารถเกิดเส้นทางลงกราวด์ผ่านส่วนอื่นของร่างกายได้
แล้วถ้ารองเท้า EH โดนน้ำ เกิดอะไรขึ้น?
น้ำและความชื้นทำให้สถานการณ์ทางไฟฟ้าเปลี่ยนไป
โดยเฉพาะเมื่อมีความชื้นอยู่ระหว่าง
รองเท้า → พื้น → สิ่งแวดล้อม
OSHA ระบุว่าความสามารถในการเป็นฉนวนของ Electrical Hazard Footwear มีประสิทธิภาพในสภาพแห้ง และให้การป้องกันน้อยลงอย่างมากในสภาพเปียกหรือชื้น
เพราะฉะนั้นเมื่อรองเท้าเปียก ไม่ควรคิดว่า
“รองเท้ามี EH เพราะฉะนั้นยังทำงานต่อได้”
แต่ควรเปลี่ยนมุมคิดเป็น
“เงื่อนไขที่รองเท้าถูกออกแบบให้ป้องกันได้เปลี่ยนไปแล้ว”
รองเท้าเปียกแบบไหนที่ควรระวัง?
คำว่า “โดนน้ำ” มีหลายระดับ และความเสี่ยงก็ไม่เหมือนกัน
| สภาพรองเท้า | แนวทาง |
|---|---|
| น้ำกระเด็นบน Upper เล็กน้อย | ตรวจว่าพื้นและภายในยังแห้งหรือไม่ |
| พื้น Outsole เปียก | ไม่ควรพึ่งคุณสมบัติ EH เพื่อทำงานเสี่ยงไฟฟ้า |
| ยืนบนพื้นเปียก | ต้องเพิ่มความระมัดระวังอย่างมาก |
| น้ำซึมเข้าในรองเท้า | ควรหยุดใช้ในพื้นที่เสี่ยงไฟฟ้า |
| ถุงเท้าเปียก | ไม่ควรถือว่าระบบยังเป็นฉนวนตามปกติ |
| รองเท้าแช่น้ำ | หยุดใช้งานไฟฟ้าและตรวจสภาพก่อนนำกลับมาใช้ |
| มีน้ำขังร่วมกับอุปกรณ์ไฟฟ้า | ไม่ควรเข้าไปโดยอาศัยรองเท้า EH เป็นตัวป้องกัน |
CDC แนะนำว่า หากวงจรหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเปียกหรืออยู่ใกล้น้ำ ควรตัดแหล่งจ่ายไฟ และไม่ควรเข้าไปในน้ำเพื่อเข้าถึงสวิตช์หลัก หากต้องลุยน้ำเพื่อไปตัดไฟควรให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการแทน
แค่พื้นรองเท้าเปียก แต่ข้างในยังแห้ง ใช้งานได้ไหม?
หากงานนั้นไม่มีอันตรายจากไฟฟ้า ก็ต้องประเมินเรื่องการลื่นและคุณสมบัติอื่นตามปกติ
แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มี Electrical Hazard ไม่ควรใช้เหตุผลว่า
“ข้างในยังแห้ง พื้นรองเท้าเปียกนิดเดียวไม่เป็นไร”
แล้วพึ่งรองเท้า EH เป็นตัวป้องกัน
เพราะเงื่อนไขของพื้นผิวที่ผู้สวมยืนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางกระแสไฟฟ้า และ OSHA ระบุว่ารองเท้า EH ให้การป้องกันที่จำกัดในสภาพเปียกหรือชื้น
ถ้าน้ำเข้าไปในรองเท้ายิ่งต้องระวัง
กรณีนี้ควรหยุดใช้งานในพื้นที่เสี่ยงไฟฟ้า
เพราะภายในรองเท้าอาจมี
- ความชื้น
- ถุงเท้าเปียก
- เหงื่อจำนวนมาก
- น้ำที่ขังอยู่
- สิ่งสกปรกปนเปื้อน
เมื่อสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกรองเท้าไม่เหมือนเงื่อนไขแห้งที่รองเท้า EH ถูกใช้เป็นการป้องกันเสริม ก็ไม่ควรสมมติว่ารองเท้ายังมีประสิทธิภาพทางไฟฟ้าเท่าเดิม
รองเท้ากันน้ำ = รองเท้ากันไฟฟ้าหรือไม่?
ไม่ใช่
นี่เป็นอีกเรื่องที่มักเข้าใจผิด
คำว่า
Waterproof / Water Resistant
หมายถึงคุณสมบัติในการป้องกันหรือลดการซึมผ่านของน้ำตามเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์
ส่วน
EH / Electrical Hazard
เป็นคุณสมบัติด้านอันตรายทางไฟฟ้า
และ
Electrical Insulating / Dielectric Footwear
เป็นผลิตภัณฑ์อีกกลุ่มหนึ่งที่ออกแบบสำหรับงานฉนวนไฟฟ้าโดยเฉพาะ
ดังนั้นรองเท้ากันน้ำไม่ได้กลายเป็นรองเท้าฉนวนไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ
EH กับรองเท้าฉนวนไฟฟ้า ต่างกันอย่างไร?
| ประเภท | วัตถุประสงค์หลัก | ควรใช้เป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าหลักหรือไม่ |
|---|---|---|
| รองเท้าเซฟตี้ทั่วไป | ป้องกันอันตรายทางกายภาพตามคุณสมบัติของรุ่น | ไม่ |
| รองเท้า EH | ป้องกันไฟฟ้าเสริมภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด | ไม่ |
| Dielectric Footwear | เพิ่มการแยก/ฉนวนสำหรับผู้ทำงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ | ใช้ตามมาตรฐานและ Risk Assessment |
| Waterproof Safety Shoes | ป้องกันน้ำตามคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ | ไม่ได้หมายความว่ากันไฟฟ้า |
ASTM F1117 เป็นมาตรฐานสำหรับ Dielectric Footwear เช่น รองเท้าครอบและบูตที่ออกแบบเพื่อเพิ่มการแยกหรือฉนวนให้ผู้ปฏิบัติงานในกรณีสัมผัสตัวนำหรือวงจรที่มีไฟฟ้าโดยไม่ตั้งใจ
รองเท้า ISO 20345 ทุกคู่กันไฟฟ้าได้หรือไม่?
ไม่ได้
ISO 20345:2021 เป็นมาตรฐานสำหรับรองเท้านิรภัยเพื่อการใช้งานทั่วไป โดยครอบคลุมข้อกำหนดพื้นฐานและคุณสมบัติเสริมหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงทางกล การลื่น ความร้อน และ Ergonomic Behaviour
ISO ระบุด้วยว่าอันตรายเฉพาะทาง เช่น Electrical Insulating Footwear อยู่ภายใต้มาตรฐานเฉพาะสำหรับงานนั้น ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าที่ผ่าน ISO 20345 ทุกคู่เป็นรองเท้าฉนวนไฟฟ้า
ดังนั้นก่อนซื้อควรดู Marking และ Datasheet ของรุ่นจริง ไม่ใช่เห็นคำว่า “Safety Shoes” แล้วสรุปว่าสามารถใช้กับงานไฟฟ้าได้
แล้วรองเท้าที่เขียนว่า EH ต้องดูอะไร?
ก่อนซื้อควรตรวจอย่างน้อย
- มาตรฐานที่รองเท้าอ้างอิง
- Marking บนรองเท้า
- Datasheet ของรุ่น
- เงื่อนไขการทดสอบ
- ข้อจำกัดการใช้งาน
- คำแนะนำจากผู้ผลิต
- ลักษณะ Electrical Hazard ของพื้นที่จริง
มาตรฐาน ASTM สำหรับรองเท้านิรภัยมีข้อกำหนดด้านการออกแบบ สมรรถนะ การทดสอบ และ Classification ของ Protective Footwear โดย ASTM แสดง F2413-24 เป็นฉบับของมาตรฐาน Performance Requirements สำหรับ Safety Toe Cap Footwear ในรายการมาตรฐานปัจจุบัน
รองเท้า EH เป็น PPE ด่านสุดท้าย ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เสี่ยง
จุดสำคัญที่สุดไม่ใช่ว่ารองเท้าสามารถรับไฟฟ้าได้เท่าไร
แต่คือ
ก่อนให้คนเข้าไปสัมผัสอันตราย ต้องลดหรือกำจัดอันตรายก่อน
OSHA กำหนดให้ใช้ Protective Footwear สำหรับ Electrical Hazard ที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากดำเนินมาตรการป้องกันที่จำเป็นอื่นแล้ว
ดังนั้นการจัดการความเสี่ยงควรเริ่มจาก
De-energize → Isolate → Lockout/Tagout → Verify → PPE
ไม่ใช่
ใส่รองเท้า EH → เข้าไปทำงานกับไฟ
ถ้ารองเท้า EH เปียกน้ำ ควรทำอย่างไร?
1. ออกจากพื้นที่เสี่ยงไฟฟ้า
หากรองเท้าเปียกระหว่างปฏิบัติงาน ไม่ควรทำงานต่อโดยพึ่ง Rating ของรองเท้า
2. จัดการแหล่งพลังงานก่อน
หากอุปกรณ์หรือพื้นที่เปียก ควรดำเนินการตัดและควบคุมแหล่งจ่ายไฟตามขั้นตอนความปลอดภัยของสถานประกอบการ
CDC เตือนว่าไม่ควรเปิด-ปิดหรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าขณะยืนอยู่ในน้ำ และหากต้องเข้าไปในน้ำเพื่อเข้าถึงสวิตช์หลักควรให้ช่างไฟดำเนินการ
3. ถอดรองเท้าและถุงเท้าที่เปียก
หากมีน้ำเข้าไปด้านใน ควรถอดออกและทำให้แห้งก่อน
ไม่ควรใส่ต่อเพียงเพราะด้านนอกดูแห้ง
4. ทำความสะอาดตามคู่มือผู้ผลิต
รองเท้าแต่ละรุ่นใช้
- หนัง
- Microfiber
- Textile
- PU
- Rubber
- Composite Material
แตกต่างกัน
จึงควรใช้วิธีทำความสะอาดตามคำแนะนำของผู้ผลิต
5. ปล่อยให้แห้งสนิท
ไม่ควรรีบนำกลับไปใช้ในงานไฟฟ้าในขณะที่ยังมีความชื้นอยู่
หากผู้ผลิตกำหนดวิธีการอบหรือทำให้แห้ง ควรปฏิบัติตามวิธีดังกล่าว
6. ตรวจพื้นรองเท้าและตัวรองเท้า
ก่อนนำกลับมาใช้ เช็กว่าไม่มี
- พื้นแตกร้าว
- พื้นแยก
- รูทะลุ
- รอยตัด
- วัสดุหลุด
- การเสื่อมจากสารเคมี
- ความเสียหายจากความร้อน
- สิ่งนำไฟฟ้าฝังอยู่บริเวณพื้น
หากไม่แน่ใจว่าคุณสมบัติเดิมยังอยู่หรือไม่ ควรติดต่อผู้ผลิตหรือเปลี่ยนรองเท้า
รองเท้าแห้งแล้ว เท่ากับกลับมาปลอดภัย 100% หรือไม่?
ไม่ควรรับรองด้วยการดูจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
การเปียกน้ำธรรมดาไม่ได้หมายความว่ารองเท้าจะเสียถาวรทุกคู่ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าเกิด
- การแช่น้ำเป็นเวลานาน
- การปนเปื้อนสารเคมี
- น้ำมัน
- เกลือ
- สิ่งสกปรก
- ความเสียหายต่อ Outsole
- รอยแตกร้าว
- การเสื่อมของวัสดุ
หรือไม่
การจะถือว่ายังเหมาะกับงานต้องอ้างอิง สภาพรองเท้า + คู่มือผู้ผลิต + มาตรฐานของรุ่น + Risk Assessment ของงาน
ไม่ควรทดสอบรองเท้าด้วยการสัมผัสแหล่งไฟฟ้าจริงด้วยตัวเอง
พื้นรองเท้าสึกมีผลกับรองเท้า EH หรือไม่?
รองเท้าที่ใช้มานานควรได้รับการตรวจมากกว่าดูแค่ว่า “ยังใส่ได้”
ควรสังเกต
- ดอกยางหาย
- Outsole บาง
- รอยแตก
- รอยเจาะ
- พื้นแยกจาก Upper
- วัสดุเสื่อม
- มีเศษโลหะฝังอยู่
เพราะรองเท้าป้องกันจะทำงานได้ตามที่ออกแบบก็ต่อเมื่อโครงสร้างยังอยู่ในสภาพเหมาะสม
OSHA กำหนดหลักทั่วไปให้อุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าต้องได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้

ทำงานกลางแจ้งช่วงฝนตก ควรใช้รองเท้าแบบไหน?
ถ้างานมีทั้ง
ความเสี่ยงไฟฟ้า + น้ำ + พื้นลื่น
อย่าเลือกจากคุณสมบัติเดียว
ควรทำ Hazard Assessment ให้ครบ เช่น
- Electrical Hazard
- Water Penetration
- Slip Hazard
- Impact
- Compression
- Puncture
- Chemical Exposure
แล้วเลือก PPE ที่รองรับความเสี่ยงจริง
หากเป็นงานไฟฟ้าเฉพาะทาง อาจต้องใช้ Dielectric Footwear หรือ Electrical Protective Equipment ประเภทอื่น ตามระบบความปลอดภัย ไม่ใช่รองเท้า EH ธรรมดาเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างสถานการณ์เพื่อให้เข้าใจง่าย
สถานการณ์ที่ 1: พนักงานเดินผ่านพื้นเปียกแล้วจะเข้าไปซ่อมตู้ไฟ
แม้ใส่รองเท้า EH ก็ควรหยุดและประเมินใหม่ ไม่ควรใช้ EH เป็นเหตุผลในการเข้าไปทำงานขณะรองเท้าหรือพื้นที่เปียก
สถานการณ์ที่ 2: รองเท้าถูกฝนเล็กน้อยก่อนเข้าพื้นที่
ควรตรวจให้แน่ใจว่ารองเท้าและพื้นรองเท้าอยู่ในสภาพเหมาะสมและแห้งก่อนเริ่มงานที่มี Electrical Hazard
สถานการณ์ที่ 3: ห้องเครื่องมีน้ำขังใกล้ตู้ไฟ
ไม่ควรเดินเข้าไปเพราะคิดว่ารองเท้ากันไฟฟ้า
ควรจัดการแหล่งจ่ายไฟและให้ผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าประเมินพื้นที่ก่อน ตามหลักการเดียวกับคำแนะนำของ CDC ที่ไม่ให้เข้าไปใน Standing Water เพื่อเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าหากยังไม่ได้ทำให้ระบบปลอดภัย
สถานการณ์ที่ 4: รองเท้าลุยน้ำจนถุงเท้าเปียก
ไม่ควรกลับไปทำงานเสี่ยงไฟฟ้าทันที ควรเปลี่ยนรองเท้าและถุงเท้า หรือปล่อยให้รองเท้าแห้งและตรวจสภาพตามคำแนะนำของผู้ผลิตก่อน
สิ่งที่ไม่ควรทำกับรองเท้า EH
- ไม่ควรตั้งใจลุยน้ำเพราะคิดว่ารองเท้ากันไฟ
- ไม่ควรใช้ EH แทนอุปกรณ์ฉนวนไฟฟ้าหลัก
- ไม่ควรทำงานต่อเมื่อมีน้ำอยู่ภายในรองเท้า
- ไม่ควรใช้รองเท้าที่พื้นแตกร้าวหรือมีรู
- ไม่ควรแก้พื้นรองเท้าด้วยวัสดุที่ไม่ผ่านการรับรองแล้วสมมติว่า EH ยังเท่าเดิม
- ไม่ควรเลือกรองเท้าจากคำว่า “กันไฟฟ้า” โดยไม่ดูมาตรฐาน
- ไม่ควรทดสอบรองเท้ากับกระแสไฟด้วยตัวเอง
เมื่อรองเท้ากันไฟฟ้าเปียกน้ำ ควรทำอย่างไรใน 7 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1: หยุดงานที่มี Electrical Hazard
อย่าใช้คุณสมบัติ EH เป็นเหตุผลในการทำงานต่อเมื่อรองเท้าเปียก
ขั้นตอนที่ 2: ออกจากพื้นที่เสี่ยงอย่างปลอดภัย
เคลื่อนออกจากบริเวณที่มีอุปกรณ์หรือวงจรไฟฟ้าตามขั้นตอนความปลอดภัยของพื้นที่
ขั้นตอนที่ 3: ควบคุมแหล่งพลังงาน
ให้ผู้มีหน้าที่ดำเนินการ De-energize, Isolate และควบคุมแหล่งพลังงานตาม Procedure ของสถานประกอบการ
ขั้นตอนที่ 4: ถอดรองเท้าและถุงเท้าที่เปียก
หากน้ำเข้าไปภายใน อย่านำกลับมาใช้งานทันที
ขั้นตอนที่ 5: ทำความสะอาดและทำให้แห้ง
ทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตและปล่อยให้วัสดุแห้งสนิท
ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสอบความเสียหาย
ตรวจ Outsole, Upper, รอยแตก รอยเจาะ พื้นแยก และสิ่งปนเปื้อน
ขั้นตอนที่ 7: ประเมินก่อนนำกลับไปใช้
หากรองเท้าเสียหายหรือไม่แน่ใจว่าคุณสมบัติทางไฟฟ้ายังอยู่หรือไม่ ให้หยุดใช้และสอบถามผู้ผลิตหรือเปลี่ยนคู่ใหม่
เช็กลิสต์รองเท้าสำหรับพื้นที่เสี่ยงไฟฟ้า
- ตรวจมาตรฐานของรองเท้าแล้ว
- มี Marking ตรงกับงาน
- Datasheet ระบุคุณสมบัติ Electrical Hazard
- รองเท้ายังแห้ง
- ภายในรองเท้าไม่เปียก
- พื้นไม่มีรอยแตก
- ไม่มีรูทะลุ
- ไม่มีเศษโลหะฝังพื้น
- ไม่มีสารเคมีหรือน้ำมันปนเปื้อน
- ใช้ร่วมกับ Electrical Safety Procedure
- ไม่ใช้รองเท้าเป็นอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าหลัก
สรุป: รองเท้ากันไฟฟ้าโดนน้ำแล้ว ยังกันไฟได้ไหม?
สำหรับ รองเท้าเซฟตี้ประเภท EH คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ
เมื่อเปียกหรืออยู่ในสภาพชื้น ไม่ควรถือว่ารองเท้ายังให้การป้องกันไฟฟ้าได้ตาม Rating ปกติ และไม่ควรใช้รองเท้า EH เป็นเหตุผลในการทำงานต่อในพื้นที่เสี่ยงไฟฟ้า
OSHA ระบุว่าคุณสมบัติฉนวนของ Electrical Hazard Footwear มีประสิทธิภาพภายใต้สภาพแห้ง ให้การป้องกันเพียงเล็กน้อยในสภาพเปียกหรือชื้น และเป็นเพียง secondary electrical protection
หากงานมีโอกาสเจอทั้งน้ำและไฟฟ้า ต้องเริ่มจากการประเมินความเสี่ยง ควบคุมแหล่งพลังงาน และเลือก Electrical Protective Equipment ให้ตรงกับงาน ไม่ใช่อาศัยรองเท้าเซฟตี้เพียงคู่เดียว
และที่สำคัญ Waterproof ไม่ได้แปลว่า Electrical Insulating หากต้องการรองเท้าสำหรับงานฉนวนไฟฟ้าโดยเฉพาะ ควรตรวจมาตรฐานของผลิตภัณฑ์และเลือกอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบสำหรับความเสี่ยงนั้นจริง
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
1. รองเท้า EH โดนน้ำแล้วยังกันไฟได้ไหม?
ไม่ควรถือว่ายังให้การป้องกันได้ตามปกติ OSHA ระบุว่าคุณสมบัติฉนวนของ Electrical Hazard Footwear เหมาะกับสภาพแห้งและให้การป้องกันน้อยลงมากเมื่ออยู่ในสภาพเปียกหรือชื้น
2. ถ้าพื้นรองเท้าเปียกแต่ถุงเท้ายังแห้ง ใช้ทำงานไฟฟ้าได้ไหม?
ไม่ควรพึ่งคุณสมบัติ EH ในสภาพดังกล่าวเพื่อทำงานที่มีความเสี่ยงไฟฟ้า ควรทำให้พื้นที่และอุปกรณ์อยู่ในสภาพปลอดภัยและทำให้รองเท้าแห้งก่อน
3. รองเท้า EH กันไฟฟ้าได้ 100% หรือไม่?
ไม่ได้ รองเท้า EH เป็นการป้องกันไฟฟ้าเสริม ไม่ใช่อุปกรณ์ป้องกันหลัก และผู้สวมยังสามารถเกิดเส้นทางลงกราวด์ผ่านส่วนอื่นของร่างกายได้
4. รองเท้ากันน้ำใช้แทนรองเท้ากันไฟฟ้าได้ไหม?
ไม่ได้ Waterproof และ Electrical Protection เป็นคุณสมบัติคนละประเภท ต้องตรวจ Marking และมาตรฐานของรองเท้ารุ่นนั้นโดยเฉพาะ
5. รองเท้า ISO 20345 หมายความว่ากันไฟฟ้าหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกคู่ ISO 20345 เป็นมาตรฐาน Safety Footwear สำหรับการใช้งานทั่วไป ขณะที่ Electrical Insulating Footwear เป็นความเสี่ยงเฉพาะทางที่ใช้มาตรฐานเพิ่มเติม
6. รองเท้ากันไฟฟ้าเปียกแล้วแห้ง สามารถใช้ต่อได้ไหม?
อาจใช้ต่อได้หากผู้ผลิตอนุญาตและรองเท้าไม่มีความเสียหาย แต่ไม่ควรตัดสินจากการมองว่าแห้งแล้วเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจพื้น ตัวรองเท้า และสิ่งปนเปื้อน รวมถึงปฏิบัติตามคู่มือของรุ่นนั้น
7. ถุงเท้าเปียกมีผลไหม?
มีความสำคัญต่อการประเมินความเสี่ยง เพราะไม่ควรถือว่าระบบรองเท้ายังอยู่ในสภาพแห้งตามเงื่อนไขการใช้งานของ EH เมื่อภายในมีน้ำหรือความชื้น
8. สามารถใส่รองเท้า EH เดินผ่านน้ำขังใกล้ตู้ไฟได้ไหม?
ไม่ควร CDC แนะนำว่าไม่ควรเข้าไปใน Standing Water เพื่อเข้าถึงระบบไฟฟ้าหากยังไม่ได้ตัดและทำให้แหล่งจ่ายไฟปลอดภัย
9. EH กับ Dielectric Footwear เหมือนกันไหม?
ไม่ควรถือว่าเหมือนกัน EH เป็นคุณสมบัติของรองเท้าเซฟตี้สำหรับการป้องกันเสริม ขณะที่ Dielectric Footwear เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มการแยกทางไฟฟ้าโดยเฉพาะ และมีมาตรฐานเฉพาะ เช่น ASTM F1117
10. ทำงานช่างไฟควรเลือกรองเท้าจากอะไร?
ควรเริ่มจาก Hazard Assessment แล้วตรวจมาตรฐาน Marking Datasheet สภาพพื้นที่ และ Electrical Safety Procedure ของงาน ไม่ควรเลือกจากคำว่า “กันไฟฟ้า” บนชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว
👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้ากันไฟฟ้า ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที
#รองเท้ากันไฟฟ้า #รองเท้าเซฟตี้กันไฟฟ้า #รองเท้ากันไฟฟ้าโดนน้ำ #รองเท้าEH #รองเท้าเซฟตี้ #รองเท้านิรภัย #รองเท้างานไฟฟ้า #ElectricalHazard #EHShoes #ElectricalSafety #SafetyShoes #รองเท้าช่างไฟ #PPE #ความปลอดภัยในการทำงาน


