รองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์ เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะกับ Cleanroom

รองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์ควรเลือกจากระบบควบคุมไฟฟ้าสถิตของโรงงาน ไม่ใช่ดูเพียงป้าย ESD บนรองเท้า

รองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์ควรเลือกจากระบบควบคุมไฟฟ้าสถิตของโรงงาน ไม่ใช่ดูเพียงป้าย ESD บนรองเท้า

สิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบคือ

  1. รองเท้ามีคุณสมบัติควบคุมไฟฟ้าสถิตตามมาตรฐานที่โรงงานกำหนด
  2. รองเท้าใช้งานร่วมกับพื้น ESD ของโรงงานได้จริง
  3. ระบบ คน + รองเท้า + พื้น ผ่านการตรวจสอบตาม ESD Control Program
  4. วัสดุเหมาะกับ Cleanroom หากทำงานในพื้นที่ควบคุมอนุภาค
  5. พื้นรองเท้ากันลื่นและเหมาะกับสภาพหน้างาน
  6. สวมใส่สบายสำหรับการยืนหรือเดินเป็นเวลานาน
  7. หากพื้นที่มีความเสี่ยงจากของตก กระแทก หรือของมีคม ต้องเลือกรองเท้าที่มีคุณสมบัติ Safety เพิ่มเติม
  8. ต้องไม่เข้าใจผิดว่า รองเท้า ESD คือรองเท้าป้องกันไฟดูด

มาตรฐาน IEC 61340-5-1:2024 เป็นมาตรฐานปัจจุบันสำหรับการจัดตั้งและควบคุม ESD Control Program สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อไฟฟ้าสถิต ขณะที่การทดสอบตัวรองเท้าสามารถอ้างอิง IEC 61340-4-3 หรือ ANSI/ESD STM9.1 ได้

รองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์

ทำไมโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ต้องใช้รองเท้า ESD?

ในโรงงานทั่วไป การเกิดไฟฟ้าสถิตเล็กน้อยอาจทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเพียงเหมือนถูกไฟช็อตเบา ๆ

แต่ในอุตสาหกรรม Semiconductor ผลกระทบอาจแตกต่างออกไป

ชิ้นส่วนอย่าง

  • IC
  • Microchip
  • Wafer
  • MOSFET
  • Sensor
  • PCB
  • Electronic Component

บางประเภทมีความไวต่อ Electrostatic Discharge หรือ ESD

ประจุไฟฟ้าสถิตสามารถเกิดขึ้นได้จากกิจกรรมธรรมดา เช่น

  • การเดิน
  • การเสียดสีรองเท้ากับพื้น
  • การลุกจากเก้าอี้
  • การสัมผัสวัสดุพลาสติก
  • การถอดเสื้อคลุม
  • การเคลื่อนย้ายกล่องหรือ Tray

ปัญหาคือ ESD ไม่จำเป็นต้องรุนแรงจนมนุษย์รู้สึกได้จึงจะสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ดังนั้นโรงงาน Semiconductor จึงสร้างพื้นที่ควบคุมที่เรียกว่า

EPA – Electrostatic Protected Area

และควบคุมทั้งคน อุปกรณ์ พื้น โต๊ะ เสื้อผ้า รองเท้า และวัสดุต่าง ๆ ที่เข้าสู่พื้นที่


รองเท้า ESD ทำงานอย่างไร?

หลักการของรองเท้า ESD คือช่วยสร้างเส้นทางให้ประจุไฟฟ้าที่สะสมบนร่างกายสามารถระบายออกอย่างควบคุมได้ผ่าน

ร่างกาย → รองเท้า → พื้น ESD → Ground

จึงช่วยลดการสะสมของประจุบนตัวผู้ปฏิบัติงาน

แต่มีประเด็นสำคัญมากคือ

รองเท้า ESD ไม่ได้ทำงานแยกจากพื้น

รองเท้าที่มีค่าความต้านทานเหมาะสม เมื่อใช้กับพื้นที่ไม่เหมาะสม อาจไม่สามารถควบคุม Body Voltage ได้ตามที่ต้องการ

ESD Association ยกตัวอย่างว่า แม้รองเท้าและพื้นจะมีค่าความต้านทานที่ดูเหมาะสมเมื่อทดสอบแยกกัน ระบบคน–รองเท้า–พื้นยังสามารถมีค่าความต้านทานรวมสูงเกินเป้าหมายหรือสร้างแรงดันบนร่างกายสูงกว่า 100 V ได้ เพราะยังมีปัจจัยเรื่อง Contact Resistance ระหว่างรองเท้ากับพื้น

ดังนั้นต้องทดสอบ ทั้งระบบร่วมกัน


รองเท้า ESD ไม่ใช่รองเท้าป้องกันไฟดูด

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับความปลอดภัย

ESD Footwear มีหน้าที่ควบคุมหรือระบายไฟฟ้าสถิต

แต่

Electrical Hazard / Insulating Footwear มีหน้าที่เพิ่มการแยกทางไฟฟ้าระหว่างผู้สวมใส่กับพื้น

แนวคิดของรองเท้าสองประเภทจึงต่างกัน

ประเภทหน้าที่หลัก
ESD Footwearลดการสะสมของไฟฟ้าสถิต
Conductive Footwearระบายประจุได้รวดเร็วตามระบบที่ออกแบบ
Antistatic Footwearลดการสะสมของไฟฟ้าสถิตในช่วงคุณสมบัติที่กำหนด
Electrical Hazard Footwearเพิ่มการป้องกันจากอันตรายทางไฟฟ้าตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นหากพนักงานต้องทำงานใกล้วงจรไฟฟ้าที่มีอันตรายจาก Electric Shock ต้องทำ Risk Assessment แยกต่างหาก

ไม่ควรเลือก ESD Footwear โดยคิดว่าจะใช้แทน Electrical Hazard Footwear ได้


มาตรฐานที่ควรรู้ก่อนเลือกรองเท้า ESD

IEC 61340-5-1

เป็นมาตรฐานสำคัญด้านการป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จาก Electrostatic Phenomena

เวอร์ชันปัจจุบันคือ

IEC 61340-5-1:2024

มาตรฐานไม่ได้มองเฉพาะรองเท้า แต่ครอบคลุมการสร้าง

ESD Control Program

ขององค์กร


IEC 61340-4-3

ใช้สำหรับวิธีทดสอบความต้านทานทางไฟฟ้าของ

  • Shoes
  • Slippers
  • Booties

ที่ใช้สำหรับควบคุม Electrostatic Potential บนตัวบุคคล

สิ่งที่น่าสนใจคือมาตรฐานนี้ระบุชัดว่า ไม่ได้ครอบคลุมข้อกำหนดด้าน Personal Safety

ดังนั้นรองเท้าที่ผ่านการทดสอบ ESD ไม่ได้หมายความว่าจะมี Toe Protection, Puncture Protection หรือ Electrical Shock Protection โดยอัตโนมัติ


ANSI/ESD STM9.1-2022

เป็นวิธีทดสอบสำหรับ

Footwear and Foot Grounders – Resistive Characterization

ใช้สำหรับตรวจคุณสมบัติความต้านทานของรองเท้าและอุปกรณ์ Grounding บริเวณเท้า

IEC 61340-4-3 ถูกระบุว่าเทียบเท่าทางเทคนิคกับ ANSI/ESD STM9.1


ดูแค่ค่าความต้านทานของรองเท้าพอไหม?

ไม่พอ

นี่เป็นจุดที่มักเข้าใจผิดมากที่สุด

สมมติรองเท้าระบุว่าเป็น ESD และผ่านการทดสอบจากโรงงาน

ยังต้องตรวจว่าเมื่อพนักงานสวมรองเท้าคู่นั้นแล้วเดินบนพื้น ESD จริง

ระบบสามารถควบคุมประจุบนร่างกายได้หรือไม่

สำหรับระบบที่อ้างอิง ANSI/ESD S20.20 ระบบ Footwear/Flooring ที่ใช้ Grounding บุคลากรต้องได้รับการประเมินทั้งด้าน Resistance และการเกิดแรงดันบนร่างกาย โดยแนวทางของ ESD Association อธิบายข้อกำหนดที่ใช้กันว่า

Person + Footwear + Floor Resistance < 1 × 10⁹ Ω

และ

Peak Body Voltage < 100 V

ดังนั้นการซื้อรองเท้าที่ระบุค่า Resistance เพียงอย่างเดียวจึงยังไม่ถือว่า ESD Control Program สมบูรณ์


เปรียบเทียบรองเท้าธรรมดา รองเท้า ESD และรองเท้า ESD Safety

คุณสมบัติรองเท้าทั่วไปรองเท้า ESDรองเท้า ESD Safety
ควบคุมไฟฟ้าสถิตไม่แน่นอน
ใช้ใน EPAไม่แนะนำเหมาะเมื่อผ่านระบบของโรงงานเหมาะเมื่อผ่านระบบของโรงงาน
Toe Protectionไม่จำเป็นไม่จำเป็นมีได้
กันของตกกระแทกขึ้นกับรุ่นขึ้นกับรุ่นเหมาะกว่าเมื่อมีความเสี่ยง
เหมาะกับ Cleanroomขึ้นกับวัสดุขึ้นกับรุ่นขึ้นกับรุ่น
ใช้แทนรองเท้ากันไฟดูด✕ เว้นแต่มีมาตรฐานเฉพาะที่รองรับ

ดังนั้นคำว่า

“ESD Safety Shoes”

ควรตรวจทั้งสองส่วน

ESD Performance + Safety Performance

แยกจากกัน


วิธีเลือกรองเท้า ESD สำหรับงาน Semiconductor

1. เริ่มจาก ESD Control Program ของโรงงาน

อย่าเริ่มจาก

“รองเท้ารุ่นไหนขายดีที่สุด?”

ควรเริ่มจาก

“โรงงานกำหนดมาตรฐาน ESD แบบไหน?”

ตรวจสอบว่าองค์กรอ้างอิง

  • IEC 61340-5-1
  • ANSI/ESD S20.20
  • Customer Specification
  • Internal ESD Control Specification

หรือข้อกำหนดเฉพาะของโรงงาน

เพราะ Semiconductor Manufacturer แต่ละแห่งอาจตั้ง Control Limit เข้มกว่ามาตรฐานทั่วไปได้


2. ตรวจว่ารองเท้าใช้กับพื้น ESD จริงได้หรือไม่

ESD Footwear และ ESD Flooring เป็น ระบบเดียวกัน

จึงควรตรวจสอบชนิดพื้น เช่น

  • Conductive Flooring
  • Static Dissipative Flooring
  • ESD Vinyl
  • ESD Epoxy
  • ESD Tile

จากนั้นทดสอบรองเท้ากับพื้นจริง

ไม่ควรสรุปว่า

รองเท้าผ่าน + พื้นผ่าน = ระบบผ่าน

โดยอัตโนมัติ

เพราะคุณสมบัติบริเวณจุดสัมผัสระหว่างพื้นและรองเท้ามีผลต่อประสิทธิภาพของระบบ


3. เลือกให้เหมาะกับ Cleanroom

งาน Semiconductor จำนวนมากทำงานใน Cleanroom

นอกจากเรื่อง ESD แล้วควรพิจารณาเรื่อง

  • การเกิดฝุ่นจากวัสดุ
  • การหลุดร่อนของพื้นรองเท้า
  • รูปแบบรอยต่อ
  • การทำความสะอาด
  • วัสดุที่ไม่สะสมสิ่งปนเปื้อนง่าย
  • ความเข้ากันได้กับ SOP การทำความสะอาดของโรงงาน

บางพื้นที่อาจใช้

Cleanroom Shoes

ขณะที่บางพื้นที่ใช้

ESD Safety Shoes

บริเวณ Production หรือ Maintenance

จึงไม่ควรเลือกจากคำว่า Cleanroom หรือ ESD เพียงคำเดียว

ต้องดูข้อกำหนดของ Zone นั้นด้วย


4. ตรวจพื้นรองเท้า

พื้นรองเท้าเป็นส่วนสำคัญต่อ ESD Performance และความปลอดภัยในการเดิน

ควรพิจารณา

การระบายประจุ

พื้นต้องทำงานร่วมกับ Flooring System ได้

การยึดเกาะพื้น

โรงงาน Semiconductor มีพื้นที่ที่อาจมีพื้นผิวเรียบมาก

รองเท้าควรมีแรงยึดเกาะเหมาะสมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่น

ความทนทาน

พื้นรองเท้าที่สึกมากสามารถทำให้

  • การยึดเกาะลดลง
  • รูปแบบการสัมผัสพื้นเปลี่ยน
  • ESD Performance เปลี่ยน

จึงควรมีรอบ Inspection และ Replacement


5. ต้องมีหัวนิรภัยหรือไม่?

ไม่ใช่พนักงาน Semiconductor ทุกคนต้องใช้ Steel Toe

ขึ้นอยู่กับ Risk Assessment

ตัวอย่าง

Operator ใน Cleanroom

อาจให้ความสำคัญกับ

  • ESD
  • Cleanliness
  • Lightweight
  • Comfort

Maintenance Technician

อาจต้องการเพิ่ม

  • Toe Protection
  • Puncture Resistance
  • Slip Resistance

Warehouse / Material Handling

อาจต้องการ

  • Safety Toe
  • Anti-Puncture
  • Slip Resistance
  • ESD

ดังนั้นอย่าใช้รองเท้าสเปกเดียวกันทั้งโรงงานโดยไม่ดูความเสี่ยงของแต่ละแผนก


6. Steel Toe หรือ Composite Toe แบบไหนดีกว่า?

ถ้าพื้นที่กำหนดให้มี Safety Toe สามารถพิจารณาได้ทั้งสองประเภทตามมาตรฐานของรองเท้ารุ่นนั้น

หัวรองเท้าจุดเด่น
Steel Toeแข็งแรง เป็นที่นิยม ใช้งานแพร่หลาย
Composite Toeน้ำหนักเบากว่าในหลายรุ่น และไม่มีโลหะในส่วนหัวรองเท้า

สำหรับ Semiconductor บางโรงงานอาจเลือก Composite Toe เนื่องจากต้องการลดองค์ประกอบโลหะหรือลดน้ำหนักรองเท้า

แต่สิ่งสำคัญกว่าชนิดวัสดุคือ

รองเท้าทั้งคู่ต้องผ่าน Requirement ด้าน Safety และ ESD ที่โรงงานกำหนด


7. เลือกรองเท้าที่ใส่เดินและยืนนานได้

งาน Semiconductor หลายตำแหน่งต้อง

  • ยืนประจำ Station
  • เดินระหว่าง Process
  • เดินใน Cleanroom
  • ทำงานเป็น Shift
  • ยืน 8–12 ชั่วโมงในบางสถานประกอบการ

รองเท้าที่ ESD ดีแต่ใส่ไม่สบายอาจสร้างปัญหาอื่นตามมา

ควรดู

  • น้ำหนักรองเท้า
  • Cushioning
  • Arch Support
  • Heel Support
  • Toe Box
  • การระบายอากาศ
  • Flexibility
  • ความกระชับบริเวณส้น

รองเท้านุ่มที่สุดดีที่สุดหรือไม่?

ไม่จำเป็น

ความนุ่มมากเกินไปไม่ได้หมายความว่าสบายกว่าเมื่อยืนทั้งวันเสมอ

ควรดูสมดุลระหว่าง

Cushioning + Stability + Support

รองเท้าที่พื้นนิ่มมากแต่ฐานไม่มั่นคง อาจทำให้ผู้สวมใส่ต้องใช้กล้ามเนื้อช่วยรักษาสมดุลมากขึ้น

ในทางกลับกัน พื้นแข็งมากก็อาจทำให้รู้สึกเมื่อยเมื่อยืนเป็นเวลานาน


8. ตรวจขนาดรองเท้าให้ถูกต้อง

รองเท้า ESD ที่เหมาะกับผู้สวมใส่ควร

  • ส้นไม่หลุด
  • หน้าเท้าไม่บีบ
  • นิ้วเท้าเคลื่อนไหวได้
  • ไม่เกิดจุดกด
  • ไม่ต้องรัดเชือกแน่นเกินไป

สำหรับรองเท้า Safety Toe ควรตรวจ Toe Box เป็นพิเศษ เพราะส่วนหัวนิรภัยไม่สามารถยืดตามรูปเท้าได้เหมือน Upper ทั่วไป


9. ถุงเท้าก็มีผลต่อระบบ

อย่ามองเฉพาะรองเท้า

ระหว่าง

ผิวหนัง → ถุงเท้า → รองเท้า → พื้น

มีวัสดุหลายชั้นที่สามารถส่งผลต่อการ Grounding ของบุคลากรได้

ดังนั้นโรงงานที่ควบคุม ESD อย่างเข้มงวดอาจกำหนดประเภทถุงเท้าหรือวิธีตรวจ Personnel Grounding เพิ่มเติม

แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ

ทดสอบพนักงานในสภาพที่สวมใส่จริง

ไม่ใช่ทดสอบเฉพาะรองเท้าเปล่า


10. ควรมี Footwear Tester ก่อนเข้า EPA หรือไม่?

สำหรับโรงงานที่มี ESD Control Program เข้มงวด การตรวจ Personnel Grounding ก่อนเข้า EPA เป็นแนวทางที่พบได้บ่อย

ระบบสามารถตรวจได้ เช่น

  • รองเท้าเท้าซ้าย
  • รองเท้าเท้าขวา
  • Wrist Strap
  • Personnel Grounding

หากค่าผิดปกติ พนักงานไม่ควรเข้าสู่พื้นที่ที่กำหนดจนกว่าจะหาสาเหตุได้

ตัวอย่างสาเหตุ เช่น

  • พื้นรองเท้าสกปรก
  • รองเท้าเสื่อม
  • ถุงเท้าหรือการสัมผัสไม่เหมาะสม
  • รองเท้าผิดประเภท
  • เครื่องทดสอบหรือ Grounding System มีปัญหา

รองเท้า ESD ต้องตรวจทุกวันหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับ ESD Control Program ของแต่ละองค์กร

โรงงาน Semiconductor ที่มีความเสี่ยงสูงอาจกำหนดการตรวจ Personnel Grounding ก่อนเข้าสู่ EPA ทุกครั้งหรือทุก Shift

ขณะที่บางพื้นที่อาจใช้

  • Continuous Monitoring
  • Daily Check
  • Periodic Verification

สิ่งสำคัญคือองค์กรควรกำหนด

Test Method + Frequency + Limit + Action เมื่อ Fail

ให้ชัดเจน


รองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์

รองเท้า ESD ใช้ไปนาน ๆ ค่าจะเปลี่ยนไหม?

มีโอกาสเปลี่ยน

ปัจจัยที่ส่งผลได้ เช่น

  • พื้นรองเท้าสึก
  • สิ่งสกปรกสะสม
  • น้ำมัน
  • Wax
  • Chemical Residue
  • ความชื้น
  • การซัก
  • การทำความสะอาดผิดวิธี
  • วัสดุเสื่อมสภาพ

ด้วยเหตุนี้มาตรฐาน IEC 61340-4-3 จึงครอบคลุมการวัดสำหรับทั้งรองเท้าใหม่และการตรวจรองเท้าที่ใช้งานอยู่เป็นระยะ


ทำความสะอาดรองเท้า ESD อย่างไร?

ควรทำตามคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก

หลีกเลี่ยงการใช้

  • Wax
  • Silicone Coating
  • น้ำยาเคลือบเงา
  • สารเคลือบพื้นผิวที่ไม่ทราบคุณสมบัติทางไฟฟ้า

เพราะสารที่เคลือบพื้นรองเท้าอาจเปลี่ยน Contact Resistance ระหว่างรองเท้าและพื้นได้

สำหรับรองเท้า Cleanroom ต้องใช้กระบวนการทำความสะอาดที่สอดคล้องกับ SOP ของพื้นที่นั้นด้วย


ตัวอย่างการเลือกรองเท้าตามพื้นที่ในโรงงาน Semiconductor

พื้นที่คุณสมบัติที่ควรเน้น
Cleanroom ProductionESD + Cleanroom Compatible + Comfort
IC AssemblyESD + Comfort + Slip Resistance
PCB / Electronics AssemblyESD + Flooring Compatibility
MaintenanceESD + Safety Toe + Slip Resistance
Material HandlingESD + Safety Toe + Puncture Protection ตามความเสี่ยง
WarehouseSafety + ESD หากอยู่ในเขตควบคุม
Officeไม่จำเป็นต้องใช้ ESD หากอยู่นอก EPA

ข้อกำหนดจริงต้องอ้างอิง Risk Assessment และ ESD Control Program ของแต่ละโรงงาน


Checklist ก่อนซื้อรองเท้า ESD สำหรับโรงงาน Semiconductor

ก่อนสั่งซื้อจำนวนมาก ควรตรวจสอบ

  • ใช้งานใน EPA หรือไม่
  • โรงงานอ้างอิงมาตรฐาน ESD ใด
  • มี Test Report ของรองเท้าหรือไม่
  • วิธีทดสอบรองเท้าอ้างอิงมาตรฐานใด
  • ทดสอบกับ ESD Flooring จริงแล้วหรือยัง
  • ผ่าน Personnel Grounding Requirement หรือไม่
  • ใช้ใน Cleanroom Class ใด
  • วัสดุเหมาะกับข้อกำหนด Cleanroom หรือไม่
  • ต้องมี Safety Toe หรือไม่
  • ต้องป้องกันของมีคมหรือไม่
  • พื้นลื่นหรือมีสารเคมีหรือไม่
  • ต้องเดินหรือยืนนานกี่ชั่วโมง
  • มี Size สำหรับพนักงานครบหรือไม่
  • มีระบบตรวจรองเท้าก่อนเข้า EPA หรือไม่
  • มีรอบ Inspection และ Replacement หรือไม่

วิธีที่ดีกว่าการซื้อรองเท้า ESD จำนวนมากทันที

ถ้าต้องซื้อให้พนักงานหลายร้อยคน

ไม่ควรเลือกจาก Catalogue แล้วสั่งทั้งโรงงานทันที

แนวทางที่เหมาะสมคือ

Phase 1 – Technical Qualification

เลือกรุ่นที่ผ่าน Requirement ด้าน ESD และ Safety

Phase 2 – System Test

ทดสอบ

Person + Footwear + Flooring

ในพื้นที่จริง

Phase 3 – Wear Trial

ให้พนักงานทดลองใช้จริงประมาณหนึ่งกลุ่ม เพื่อดู

  • Fit
  • Comfort
  • Slip
  • Durability
  • ESD Stability

Phase 4 – Approve Model

กำหนด Approved Footwear List

Phase 5 – Rollout

จึงสั่งใช้งานในวงกว้าง

วิธีนี้ลดความเสี่ยงจากการซื้อรองเท้าจำนวนมากแล้วพบภายหลังว่าไม่เข้ากับ ESD Floor หรือพนักงานใส่ไม่สบาย


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกรองเท้า ESD

เห็นโลโก้ ESD แล้วซื้อทันที

คำว่า ESD บนสินค้าไม่ควรแทน Test Report หรือ Qualification Process


ดูเฉพาะค่าความต้านทานรองเท้า

ต้องทดสอบระบบ

คน + รองเท้า + พื้น

ด้วย


ใช้รองเท้า ESD แทนรองเท้าป้องกันไฟดูด

เป็นคนละวัตถุประสงค์กัน


ใช้รองเท้ารุ่นเดียวทุกแผนก

Operator, Maintenance และ Warehouse มี Hazard แตกต่างกัน


ไม่ทดสอบหลังใช้งาน

ESD Performance สามารถเปลี่ยนตามอายุและสภาพของรองเท้าได้


เลือกรองเท้าที่ควบคุม ESD ดีแต่ใส่ไม่ได้จริง

หากพนักงานปวดเท้าหรือรองเท้าบีบมาก พนักงานอาจปรับเปลี่ยนการสวมใส่เอง ซึ่งทำให้ Process Control มีความเสี่ยงตามมา


วิธีเลือกรองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์

Step 1: ตรวจ ESD Requirement ของโรงงาน

ตรวจว่าโรงงานใช้ IEC 61340-5-1, ANSI/ESD S20.20 หรือ Internal Specification ใด


Step 2: วิเคราะห์พื้นที่ใช้งาน

แยกว่าใช้งานใน

  • Cleanroom
  • Production
  • Maintenance
  • Warehouse
  • Laboratory

เพื่อกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติม


Step 3: ตรวจ Test Report

ตรวจว่ารองเท้าผ่านการทดสอบ Electrical Resistance ด้วย Test Method ที่เหมาะสม เช่น IEC 61340-4-3 หรือ ANSI/ESD STM9.1


Step 4: ตรวจ Safety Requirement

พิจารณาเพิ่มเติมว่าแผนกนั้นต้องใช้

  • Safety Toe
  • Puncture Protection
  • Slip Resistance
  • Chemical Resistance

หรือไม่


Step 5: ทดสอบ Footwear/Flooring System

ทดสอบรองเท้ากับพื้น ESD จริง โดยใช้พนักงานในสภาพการสวมใส่จริง


Step 6: ทดลองใส่ก่อนสั่งจำนวนมาก

ให้พนักงานทดลองเดินและยืนในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกับการทำงานจริง


Step 7: จัดทำ Approved Model

กำหนดรุ่นและ Specification ที่ผ่าน Qualification ให้ชัดเจน


Step 8: ตรวจสอบระหว่างการใช้งาน

กำหนดรอบ

  • Personnel Grounding Test
  • Inspection
  • Cleaning
  • Replacement

เพื่อให้ ESD Performance คงอยู่ตลอดอายุการใช้งาน


สรุป: รองเท้า ESD สำหรับ Semiconductor ต้องเลือกเป็น “ระบบ” ไม่ใช่เลือกแค่รองเท้า

สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกรองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์คือ

อย่าดูเฉพาะคำว่า ESD บนกล่องหรือรองเท้า

ควรพิจารณาทั้ง

มาตรฐาน + รองเท้า + พื้น + ผู้สวมใส่ + Cleanroom + Safety + การตรวจสอบระหว่างใช้งาน

เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงให้รองเท้ามีค่าความต้านทานตาม Specification

แต่คือการทำให้

Person + Footwear + Flooring System

สามารถควบคุม Electrostatic Charge ได้จริงในสภาพการทำงานของโรงงาน

สำหรับ Semiconductor Factory ที่มี ESDS Device ความไวสูง การเลือก ESD Footwear จึงควรอยู่ภายใต้ ESD Control Program และผ่าน Qualification ก่อนนำไปใช้จริงในวงกว้าง


FAQ: รองเท้า ESD สำหรับงานเซมิคอนดักเตอร์

รองเท้า ESD คืออะไร?

รองเท้า ESD คือรองเท้าที่ออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมไฟฟ้าสถิต ช่วยให้ประจุบนร่างกายสามารถระบายผ่านรองเท้าและพื้น ESD ได้อย่างควบคุม เพื่อลดความเสี่ยงต่ออุปกรณ์ที่ไวต่อ Electrostatic Discharge

รองเท้า ESD เหมาะกับโรงงาน Semiconductor หรือไม่?

เหมาะ แต่ต้องเลือกรุ่นที่สอดคล้องกับ ESD Control Program ของโรงงาน และควรทดสอบร่วมกับ ESD Flooring และผู้สวมใส่จริงก่อนอนุมัติใช้งาน

รองเท้า ESD ป้องกันไฟดูดได้หรือไม่?

ไม่ควรถือว่ารองเท้า ESD เป็นรองเท้าป้องกันไฟดูด เพราะวัตถุประสงค์หลักคือการควบคุมไฟฟ้าสถิต ส่วนการป้องกัน Electric Shock ต้องใช้ PPE และมาตรฐานที่เหมาะกับอันตรายดังกล่าว

รองเท้า ESD ใช้กับพื้นธรรมดาได้ไหม?

สามารถใส่เดินได้ แต่ประสิทธิภาพในการ Ground บุคลากรอาจไม่เป็นไปตาม ESD Control Requirement เพราะระบบ Footwear/Flooring ต้องทำงานร่วมกัน จึงควรตรวจสอบกับพื้นจริง

รองเท้า ESD ต้องมีหัวเซฟตี้หรือไม่?

ไม่จำเป็นทุกตำแหน่ง หากพื้นที่มีความเสี่ยงจากของตก กระแทก หรือการขนย้ายวัสดุ ควรพิจารณา ESD Safety Shoes ที่มี Toe Protection เพิ่มเติมตาม Risk Assessment

รองเท้า ESD ใช้ใน Cleanroom ได้ทุกคู่หรือไม่?

ไม่ได้ คุณสมบัติ ESD และ Cleanroom Compatibility เป็นคนละประเด็นกัน ต้องตรวจสอบวัสดุ การเกิดอนุภาค การทำความสะอาด และข้อกำหนดของ Cleanroom เพิ่มเติม

รองเท้า ESD ต้องทดสอบก่อนเข้า EPA หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับ ESD Control Program ขององค์กร โรงงานที่ควบคุม ESD เข้มงวดมักมีการตรวจ Personnel Grounding หรือ Footwear System ตามรอบที่กำหนดก่อนเข้าสู่พื้นที่

รองเท้า ESD ใช้ได้นานแค่ไหน?

ไม่มีอายุใช้งานเดียวสำหรับทุกคู่ เพราะขึ้นกับวัสดุ การเดิน สภาพพื้น การทำความสะอาด และสภาพแวดล้อม ควรใช้ผล Inspection และ ESD Verification ร่วมกับคำแนะนำของผู้ผลิตในการตัดสินใจเปลี่ยนรองเท้า

ทำไมรองเท้า ESD ผ่านมาตรฐานแต่พนักงานทดสอบไม่ผ่าน?

อาจเกิดจากความเข้ากันไม่ได้ระหว่างรองเท้ากับพื้น การสัมผัสเท้ากับรองเท้า สิ่งสกปรก พื้นรองเท้าสึก สภาพแวดล้อม หรือปัจจัยอื่น จึงต้องวิเคราะห์ทั้งระบบ Person–Footwear–Flooring ไม่ใช่ตรวจเฉพาะรองเท้า

👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้าเซฟตี้ ” ทั้งหมด
👉 ดูรายละเอียด ” รองเท้า ESD ” ทั้งหมด
👉 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE: @158kbakp ได้ทันที

#รองเท้าESD #รองเท้าเซฟตี้ESD #ESDFootwear #ESDSafetyShoes #Semiconductor #SemiconductorFactory #รองเท้าโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ #รองเท้าCleanroom #CleanroomShoes #ไฟฟ้าสถิต #ElectrostaticDischarge #EPA #ESDControl #โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ #รองเท้าเซฟตี้

แชร์:

บทความเพิ่มเติม